หน้าแรก
โรงเรียนในกำกับของรัฐ
โรงเรียนวิถีพุทธ
แผนและยุทธศาสตร์
   สำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ
โรงเรียนสองภาษา (English Program)
โรงเรียนใช้ ICT เพื่อพัฒนาการเรียนรู้
รายชื่อโรงเรียนแต่ละรูปแบบ
ข่าวและกิจกรรมต่างๆ
รายชื่อคณะกรรมการฯ

 

 

 

 

 

    คณะกรรมการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา

  

   
           โรงเรียนสองภาษา เป็นโรงเรียนที่นัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔
โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านความรู้ความสามารถและทักษะทางภาษาของผู้เรียน และในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนต้องคำนึงถึงความสามารถพื้นฐานในการใช้ภาษาของผู้เรียน การสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมอันดีงาม  ตลอดจนการเรียนการสอนในบริบทของความเป็นผสมผสานกับความเป็นสากล สำหรับรูปแบบการจัด  สามารถทำได้ ๒ แบบ คือ English Program (EP) และ Mini English Program (MEP) ซึ่งมีความแตกต่างกัน คือ EP จัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษได้ทุกวิชา ยกเว้นภาษาไทยและสังคมศึกษาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเป็นไทย กฎหมายไทย ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ส่วน MEP สอนได้ไม่เกิน ๕๐% ของชั่วโมงสอนทั้งหมดต่อสัปดาห์ ทั้งนี้โรงเรียนสามารถเก็บค่าเล่าเรียนเพิ่มจากโรงเรียนปกติได้ ในเบื่องต้น จะคัดเลือกโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในพื้นที่ที่มีความจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร ดังต่อไปนี้

หลักการคิดเลือกโรงเรียนติวเข้ม

          ๑. โรงเรียนสอนภาษาประเภท English Program (EP)

                  ๑.๑ เป็นโรงเรีนที่มีความพร้อม มีครูเกณฑ์ (๑:๒๐) และมีครูภาษาอังกฤษตามเกณฑ์คืออย่างน้อย ๑ คน ต่อ ๑ ห้องเรียน

          ๒ โรงเรียนสองภาษาประเภท Mini English Program (MEP)

                   ๒.๑ ควรเปิดในปีแรกของการแต่ละระดับเท่านั้น เช่น ระดับประถมศึกษา ก็ควรเปิดสอนเฉพาะชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ หรือระดับมัธยมศึกษาก็ควรเปิดสอนเฉพาะไม่ควรเปิดมากกว่า ๑ ระดับ สำหรับโรงเรียนที่มีทั้งระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ และปีที่ ๔ ก็ควรเปิดระดับเดียว

                   ๒.๒ ห้องเรียนที่อยู่ในโครงการโรงเรียนสอนภาษาทุกห้องเรียนต้อง ทั้งครูไทยและครูต่างชาติสอนคู่กันเป็น Team teaching

                   ๒.๓ การเก็บค่าเล่าเรียนนักเรียนในโครงการเก็บได้ไม่เกินครึ่งหนึ่ง ของ EP ซึ่ง EP  เก็บได้สูงสุดไม่เกินคนละ ๓๕,๐๐๐ บาทต่อภาคเรียน ดังนั้นนักเรียก MEP เก็บค่าเล่าเรียนได้ไม่เกิน ๑๗,๕๐๐ บาทต่อภาคเรียน

                   ๒.๔ มีอาคารสถานที่ที่ต้องมีความพร้อม มีห้องเรียนเหลือเพียงพอที่จะใช้ในการดำเนินโครงการ

                   ๒.๕ ในทางปฏิบัติสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติอาจเปิดคู่ขนานกับกรมสามัญศึกษาในแต่ละจังหวัด เพื่อกรมสามัญศึกษาจะได้เป็นพี่เลี้ยงและรับช่วงต่อในระดับมัธยมศึกษา

รายชื่อโรงเรียนตามโครงการ

          ๑. โรงเรียน English Program (EP) มีทั้งหมด ๕๖ โรง ประกอบด้วย โรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา จำนวน ๘ โรง สังกัดสักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ๔๘ โรง ซึ่งกรมได้ให้ความเห็นให้โรงเรียนดังกล่าวดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ ๒๕๔๒

           ๒. โรงเรียน Mini English Program (MEP) จะเริ่มดำเนินการปีการศึกษา ๒๕๔๖ มีจำนวน ๕๓ โรง ประกอบด้วย โรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา จำนวน ๓๖ โรง และสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ จำนวน ๑๗ โรง ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการคัดเลือกแล้ว ดังรายละเอียดที่แนบมาพร้อม

การสนับสนุนของกระทรวงศึกษาธิการ

             ๑. จัดตั้งศูนย์รับครู recruitment center เพื่อเป็นศูนย์กลาง (กองการสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวง) ทั้งที่เป็นคนไทยและครูที่เป็นชาวต่างประเทศ

             ๒. โรงเรียนจัดหาครูทั้งคนไทยและต่างประเทศ

             ๓. ประสานการรับครูที่เป็นชาวต่างประเทศ โดยผ่านสถานฑูตของประเทศนั้น ๆ และประสานกับสถาบันภาษาในแต่ละจังหวัด

             ๔. ปรับปรุงแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตการมีงานทำ เพื่อให้มีลักษณะ One Stop Service

              ๕. อบรมครูต้นแบบ โดยประสานบริดิช เคาน์ซิล และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อบรมครูที่อยู่ในโครงการ EP และประสานสภาสถาบันราชภัฏสวนดุสิต และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดอบรมครูให้มีคุณวุฒิ ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ วก ๑๐๖๕/๒๕๔๔

              ๖. จัดทำสื่อ ตำราเรียน โดยคณะกรรมการจากส่วนกลางให้คำแนะนำเรื่องสื่อและตำราเรียนที่เหมาะสมกับช่วงชั้น และกรมวิชาการ และ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดแปลตำราบางวิชาเป็นภาษาอังกฤษ เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์

              ๗. E-learning โดยจัดหาสื่อและตำราเรียน จากการสั่งซื้อทาง  Internet

              ๘. ติดตามและประเมินผล โดยจัดทำเป็น ๒ ระดับ คือ

                        (๑)  วิจัยเพื่อหาข้อมูลการดำเนินงานทั้งหมด โดยคาดว่าจะมีแนวทาง ในการดำเนินการการบริหารจัดการ วัดประเมินผลคุณภาพโรงเรียนและนักเรียน ตลอดจนจัดทำมาตรฐานและตัวบ่งชี้

                        (๒)  เสนอผลการวิจัย เพื่อสรุปผลการติดตามประเมินผล

               ๙. การให้โควต้าเด็กด้อยโอกาส ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ วก ๑๐๖๕/๒๕๔๔ ให้สถานศึกษาคัดเลือกนักเรียนที่มีความสามารถผ่านเกณฑ์ได้เข้าเรียน โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มอย่างน้อย ๓% ของจำนวนนักเรียนในโครงการ

การจัดการที่มีคณะกรรมการโดยมีภาคเอกชนเข้ามาร่วม

              ๑.  โรงเรียนของรัฐจะมีคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นกรรมการโรงเรียน ซึ่งจะประกอบด้วยผู้แทนจากชุมชนและภาคเอกชนเจ้ามาร่วมด้วย

               ๒. โรงเรียนเอกชนจะมีผู้แทนโรงเรียนเอกชนนายกสมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทยเป็นกรรมการในคณะกรรมการเเนินงานการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตร กระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน

เป้าหมายเชิงปริมาณและคุณภาพ

               ๑. เชิงปริมาณ โรงเรียนในสังกัดกรมสามัญศึกษา จะรับนักเรียนได้ไม่เกินห้องละ ๓๐ คน สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ไม่เกินห้องละ ๓๕ คน ตามจำนวนห้องที่ได้รับอนุมัติให้เปิดสอน

               ๒. เชิงคุณภาพ มุ่งเน้นให้เด็กมีความรู้ความสามารถในการสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษและมีความคุ้นเคยกับการใช้ภาษาอังกฤษ

<อ่านรายละเอียดต่อ>

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
นวัตกรรมการจัดการศึกษารูปแบบใหม่ ๕ รูปแบบ  ทดลองนำร่องภาคเรียนแรก ปีการศึกษา ๒๕๔๖  

 

 

 

    กลับหน้าแรกกระทรวงฯ
    Copyright : ๒๐๐๓ MOENet Thailand
    แหล่งข้อมูล/รวบรวม เรียบเรียง : คณะกรรมการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา
    ปรับปรุงข้อมูล : ๑๓ มิถุนายน  ๒๕๔๖
    พัฒนา และนำเสนอ : น.ส.นิภา  แย้มวจี
    กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ  ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ.
    โทร. ๐๒-๒๘๑๙๘๐๙, ๐๒-๖๒๘๕๖๔๓-๔๔  โทรสาร  ๐๒-๒๘๒๙๒๔๑
    ติดต่อผู้ดูแลระบบ :
    website@emisc.moe.go.th