ฉบับที่ 2565 ปีที่ 50 ประจำวันอังคารที่ 16 ธันวาคม 2003  

สัมภาษณ์
โดย  ศาสตราจารย์ประภาศรี สีหอำไพ

พิสุทธิอาภรณ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ผู้ใช้นามปากกา “ส.ท่าเกษม”...ทายาทเจ้าพระยารามราฆพ

 

            หนังสือพิมพ์ “ไทย แอล.เอ.” พิมพ์เผยแพร่ในสังคมไทยทั่วสหรัฐอเมริกาออกรายสัปดาห์ รวมนักเขียนประจำ เช่น จรวยพร อิศรางกูร ณ อยุธยา เพ็ญวิภา โสภาภัณฑ์ วิภาพันธ์ ศรีพูนพักตร์ อภิชาติ อรรถจินดา พิสุทธิอาภรณ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ไพฑูรย์ สุขกสิกร และผู้เขียนบทสัมภาษณ์นี้ ผู้อำนวยการคือ วิรัช โรจนปัญญา หนึ่งในกลุ่มคนไทยผู้บุกเบิกของสังคมไทยในลอส แอนเจลิส

พิสุทธิอาภรณ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา เจ้าของนามปากกา “ส.ท่าเกษม” และอื่นๆ ทายาทเจ้าพระยารามราฆพ ผู้สำเร็จราชการมหาดเล็ก องคมนตรีใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

            “ไทย แอล.เอ.” เปิดสนามอารมณ์ให้นักเขียนร้อยเรียงเรื่องราวสะท้อนคุณค่าภาษาไทยที่หลากรสอลังการ สะกดผู้อ่านด้วยลีลาการเขียนที่ต่างกัน หนังสือจึงหมดจากแผงไม่ข้ามวัน เป็นกิจวัตรทุกวันเสาร์ที่จะต้องรีบเป็นเจ้าของก่อนจะหมดเกลี้ยง

            ส.ท่าเกษม เป็นนามปากกาคอลัมน์ “คุยกันวันเสาร์” เล่าถึงความคิดฝัน ความรักความหลัง ประวัติศิลปินนักประพันธ์เพลง นักดนตรี นักร้อง เช่น เอื้อ สุนทรสนาน ชาลี อินทรวิจิตร สุเทพ วงศ์กำแหง สวลี ผกาพันธุ์ รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส ดาวใจ ไพจิตร ฯลฯ

            ฝันถึงดวงใจ                                จากไกลแสนห่วงไม่หาย
            เคยอยู่เคียงกาย                           เคยกอดเจ้าไว้ชื่นชู้ภิรมย์
            ต้องมาเหินห่าง อ้างว้างไม่สม           มีก็แต่คลื่นลม ระงมให้ป่วนใจ...

            เพลง “ไกลชู้” ขับร้องโดย ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา คำร้อง อ.กวี สัตโกวิท ทำนอง ประสิทธิ์ พยอมยงค์ เป็นเพลงหนึ่งที่ ส.ท่าเกษม เขียนถึง จุดประกายฝันให้ผู้อ่านต่างเสาะหาแผ่นซีดีรวมไปถึงชุด “๑๐๐ เพลงรักไม่รู้จบ” ที่มีเพลงนี้ขับร้องโดย เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์

            ส.ท่าเกษม เปิดเผยนามจริงของเธอไว้ในหนังสือเล่มแรกที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ดอกหญ้ากรุ๊ปว่าเธอคือ พิสุทธิอาภรณ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ธิดาของ พลเอก พลเรือเอก เจ้าพระยารามราฆพ เธอมาใช้ชีวิตเงียบๆกับครอบครัวอยู่ในลอส แอนเจลิส โดยไม่เคยกลับไปเมืองไทยเลย ๓๖ ปี

            ผู้เขียนบทสัมภาษณ์ติดตามอ่านผลงานของ ส.ท่าเกษม ที่เริ่มเขียนมาเมื่อ ๖ ปีก่อนในนสพ.ไทยแอล.เอ. ทุกครั้งที่เดินทางมาอเมริกาและตลอดระยะเวลา ๓ ปีที่มาพำนักถาวร จากลีลาสำนวนและนามปากกาเข้าใจว่าเป็นบุรุษ ยังคิดว่านักเขียนคนนี้ ช่างมีความรู้สึกละเอียดอ่อน ละเมียดละไม เขียนได้ซึมซับจับใจ มีศิลปะเชิงพรรณนาอย่างซาบซึ้ง สะกิดใจ สะเทือนอารมณ์ ยิ่งเกี่ยวกับความรักความหลัง ถ้าลบวัยทิ้งไปสัก ๔๕ ปี คงจะร้องเพลงของคนร่วมวัยว่า...ใช่เลย!

            “เธออยู่ไหน?                   ฉันอยู่นี่...ที่รักจ๋า
            อยู่ที่ไหน?                       ในดารา...คือตาฉัน”

            เสียงเพลงเพรียกหากันของ สวลี ผกาพันธุ์ กับ สุเทพ วงศ์กำแหง ในเพลง “เธออยู่ไหน” คำร้อง ชาลี อินทรวิจิตร ทำนอง สมาน กาญจนะผลิน ส.ท่าเกษม เล่าตำนานเพลงรักนี้ว่าเกิดจากการสนทนาของคนไข้ร่วมห้องในโรงพยาบาลศิริราช คนหนึ่งคือ ชาลี อินทรวิจิตร ส่วนอีกคนคือ “อาเสี่ย” วัยกลางคนผู้บ่นหา “แฟน” ที่ไม่มาเยี่ยมหลายวันแล้ว สะกิดใจให้ชาลีแนะนำว่าให้มองพระจันทร์ที่สาดแสงเข้ามา ส่งใจไปถึง “แฟน” ฝากพระจันทร์ได้ ชาลีมีแรงบันดาลใจประพันธ์คำร้องเพลงนี้อยู่จนถึงตี ๔ แต่งจบก็ลุกไปปลุก “อาเสี่ย” ร้องเพลงให้ฟังจนจบ เพราะมีทำนองของสมานแต่งไว้ให้ก่อนแล้ว อาเสี่ยไม่มีปฏิกิริยาใดๆปรากฏว่าสิ้นใจไปเมื่อใดไม่รู้ ก่อนที่จะได้ทันฟังเพลง “เธออยู่ไหน”

            พิสุทธิอาภรณ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา เกิดวันอาทิตย์ที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๗ ศาสตราจารยน์ นายแพทย์เติม บุนนาค เป็นผู้นำออกมาสู่โลกกว้างนี้ จากโรงพยาบาลศิริราชข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามายังเรือนไม้สักชั้นเดียว ปลูกยื่นลงไปในแม่น้ำชื่อเรือนมัจฉาสุวรรณ อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับโรงงานสุราบางยี่ขัน เรือนหลังนี้อยู่ในบริเวณ “บ้านท่าเกษม” พื้นที่กว้าง ๑๓ ไร่ ส่วนกว้างริมแม่น้ำสองเส้นครึ่ง ส่วนยาวริมถนน ๕ เส้น บ้านเลขที่ ๒ ถนนวิสุทธิ์กษัตริย์ บางขุนพรหม ปัจจุบันคือ ธนาคารแห่งชาติ

            พลเอก พลเรือเอก เจ้าพระยารามราฆพ มีบุตรธิดาทั้งสิ้น ๓๔ คน พิสุทธิอาภรณ์เล่าว่า

ขณะต้อนรับ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เมื่อไปปาฐกถาพิเศษเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๗๒ พระชนมพรรษา (๒๔ พฤษภาคม ๒๕๔๒) ที่วัดไทย ลอส แอนเจลิส

            “หลังจากหย่ากับ คุณหญิงประจวบ สุขุม ที่พวกเราเรียกว่า ‘คุณแม่หญิง’ บิดาจึงมีภรรยาอีก ๕ คน ตลอดเวลาที่มีชีวิตอยู่ คุณแม่หญิงจะไปมาหาสู่ที่บ้านท่าเกษม และบ้านเกษียรสมุทร์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ท่านรักและเอ็นดูพวกเรา และพวกเราก็รักเคารพนับถือท่านในฐานะญาติผู้ใหญ่ พี่สาวก็ไปอยู่กับคุณแม่หญิง ท่านขอไปเลี้ยงเป็นลูกสาว มาสนิทกันเมื่อต่างคนต่างโตแล้ว”

            พิสุทธิอาภรณ์มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันคือ คุณบุญเรือน ๑๐ คน เรียงตามลำดับ ดังนี้

            พัฒนา บุษบานงเยาว์ เชาวน์ชาญบุรุษ พิสุทธิอาภรณ์ บทจรพายัพทิศ จักรกฤษณ์กุมารา วนิดาบุญญาวาส พรหมาสตร์นารายณ์ เจ้าสายสุดที่รัก

            ส่วนคนสุดท้ายถึงแก่กรรมขณะคลอด

            “คนแรก พระองค์เจ้าหญิงอดิศัยสุริยาภาทรงประทานนาม บุตรธิดาของเจ้าพระยารามราฆพล้วนเกิดที่โรงพยาบาลศิริราช ยกเว้น รุจิรา และ มานน บุตรธิดา คุณหญิงประจวบ สุขุม เกิดที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ขณะที่ท่านบิดาไปศึกษาวิชาอักษรศาสตร์เป็นเวลา ๗ ปีครึ่ง หลังจากงานถวายพระเพลิงพระบรมศพล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ จึงกราบถวายบังคมลาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวไปศึกษาต่อ”

            เจ้าพระยารามราฆพ (หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ) เกิดวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๓๓ เป็นบุตรพระยาประสิทธิ์ศุภการ (หม่อมราชวงศ์ละม้าย พึ่งบุญ) กับ พระนมทัต ผู้ถวายน้ำนมแด่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช (รัชกาลที่ ๖) เมื่ออายุ ๑๘ ปี เข้ารับราชการในพระองค์ตำแหน่งนายเวรขวา มีหน้าที่ดูแลเครื่องเสวยและปฏิบัติราชกิจทั่วไปเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย มีพระราชหัตถเลขาพระราชนิพนธ์ไว้ว่า

            ซื่อตรงและจงรัก               ษะภักดีบ่เว้นวาย
เหนื่อยยากลำบากกาย                   บ่คิดยากลำบากเข็ญ
            ด้วยจิตกะตัญญู                กะตะเวทิตาเพ็ญ
เพิ่มกิจบ่คิดเห็น                            จะระอิดระอาใจ

            พิสุทธิอาภรณ์รำลึกความหลังว่า

            “ที่ฝังใจมาตลอดคือวันเกิดบิดาทุกปี คุณแม่หญิงจะนำกระเช้าดอกไม้บรรจุกุหลาบแดงมากราบอำนวยพรบิดามิได้ขาด พวกเราโชคดีที่เกิดมาท่ามกลางความรัก ความอบอุ่น ต้องขอยกย่องว่าบิดาเป็นนักปกครองที่ดี เราจึงรวมกันเป็นกลุ่มก้อนตามอายุที่ใกล้เคียง ครอบครัวเราไม่มีหลวง ไม่มีน้อย ไม่มีเขา ไม่มีเรา ขึ้นอยู่กับว่าพี่น้องคนไหนมีความผูกพันกับทางใด จะมีพี่น้องต่างมารดาที่สนิทสนมมากเป็นพิเศษทุกท้อง เพราะพี่น้องที่คลานตามกันมา เป็นผู้ชายถึง ๕ คน เรียนอยู่โรงเรียนประจำวชิราวุธวิทยาลัย ๔ คน ส่วนน้องสาว ๒ คน อายุห่างกันมาก คนเล็กห่างถึง ๑๑ ปี”

เมื่อไปสัมภาษณ์กงสุลใหญ่ ปิยวัชร นิยมฤกษ์ แห่งนครลอน แอนเจลิส ภายหลังดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ

            พิสุทธิอาภรณ์รำพึงถึงท่านบิดา ทำให้มองเห็นภาพลักษณ์สมคำบรรยายของเธอว่า

            “บิดาเป็นสุภาพบุรุษเต็มตัว ท่านให้เกียรติภรรยา มีกิริยามารยาทเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว พูดจาไพเราะสุภาพเสมอ ท่านใจดีมีแต่ให้และให้ ให้ทั้งครอบครัว บริวาร คนนอกบ้านทั่วไป ได้เห็นท่านปฏิบัติจนซึมซาบเข้าไปในจิตใจ

            กิจวัตรประจำวันของท่านคือการจดบันทึก วันปีใหม่ทุกปีจะมีผู้มาอวยพรที่เรือนวิเชียรปราสาทในบ้านท่าเกษม ทุกวันนี้เมื่อถึงวันคล้ายวันเกิดของท่าน คือวันที่ ๕ ตุลาคมของทุกปี จะทำบุญกันที่วัดบวรนิเวศ รวมราชสกุลพึ่งบุญ (ซึ่งรัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน ๕ สกุลแรกคือ สุขุม มาลากุล พึ่งบุญ ณ มหาไชย ไกรฤกษ์ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๖) ญาติพี่น้องมาทำบุญร่วมกัน เช่น สมทบทุนโครงการบูรณะบ้านพักสมุหราชองครักษ์เจ้าพระยารามราฆพในพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เปิดให้ประชาชนเข้าชมเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๔๖”

            พลเอก พลเรือเอก เจ้าพระยารามราฆพ เคยดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการมหาดเล็ก องคมนตรีใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับพระราชทานบ้านนรสิงห์ ซึ่งเป็นผลงานของช่างอิตาเลี่ยนชุดสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคมในการออกแบบและก่อสร้าง ต่อมาเนื่องจากเสียค่าบำรุงรักษามาก จึงเสนอขายให้รัฐบาลใช้เป็นทำเนียบรัฐบาล สมัย จอมพล แปลก พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ใช้เป็นสถานรับรองแขกของเมืองเมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๔ ท่านย้ายครอบครัวไปอยู่ที่บ้านท่าเกษม อันเป็นที่มาของนามปากกา ส.ท่าเกษม ของธิดาของท่าน คำว่า ส.มาจาก สุ (Sue) ซึ่งพิสุทธิอาภรณ์มักใช้เรียกตัวเองกับเพื่อนสนิท

            สาเหตุที่เดินทางมาสหรัฐอเมริกานั้น สาวน้อยวัยฝันผู้ผ่านวัยอนุบาลและประถมศึกษาจากโรงเรียนดรุโณทยานของ คุณครูฉลบชลัยย์ พลางกูร และโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ จบชั้นมัธยมปีที่ ๘ แผนกอักษรศาสตร์ จากนั้นเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียน Holy ถนนสาธร ก็เพราะต้องการศึกษาวิชาเลขานุการที่สหรัฐอเมริกา เริ่มตั้งแต่วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๐ มี คุณประพีร์ โชติกะพุกกะณะ เป็นผู้ปกครอง เธอเล่าว่าที่อยากมาอเมริกามีสาเหตุ ๓ ประการ คือ อยากพูดภาษาอังกฤษเป็น อยากเห็นหิมะ และอยากพบ เอลวิส เพรสลี่ย์

(จากขวา) กงสุลใหญ่ อิสินธร สอนไว และภริยา-ดิศจี สอนไว (ซ้ายสุด) ถัดมาคือ พิสุทธิอาภรณ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา และ วิรัช โรจนปัญญา ที่ห้องอาหารไทยแลนด์ พลาซ่า

            “เป็นคนมีความฝันไม่สูงส่ง ความฝันจึงเป็นจริง ครั้งแล้วครั้งเล่า” เธอสรุปเรื่องราวของเธอว่าอย่างนี้

            “พอมาอยู่ฮอลลีวู้ดได้มีโอกาสจับมือกับราชาร็อคแอนด์โรล เอลวิส เพรสลี่ย์ ซึ่งมาถ่ายภาพยนตร์อยู่ไม่ไกลจากร้านทำผมของ คุณประพีร์ โชติกะพุกกะณะ ยังมีลายเซ็นของเอลวิสอยู่ในสมุดมิตรภาพจนเดี๋ยวนี้”

            พิสุทธิอาภรณ์อยู่ในแวดวงของศิลปินมาแต่เยาว์วัย เพราะท่านบิดาเป็นที่เคารพนับถือของศิลปินจำนวนมาก เธอเล่าว่า

            “ก่อนเดินทางมา แอล.เอ. มานี มานีวรรณ เลี้ยงส่งให้ที่พาราได๊ซ์คลับ ดวงตา ชื่นประโยชน์ เลี้ยงส่งที่สตาร์ดัสท์ พี่ชายคนโตมานนเลี้ยงให้ที่มูแรงรูจ ที่ฝังใจคือ โลลิตา เพราะที่บ้านเป็นแฟน สุเทพ-สวลี แต่จำไม่ได้ว่าใครพาไปเลี้ยงให้”

            ในแง่มุมของความรัก วิรัช โรจนปัญญา เขียนไว้ในคำนำ หนังสือเรื่อง “ฝากหัวใจไว้กับเพลง” พ็อคเก๊ตบุ๊คเล่มแรกของ “พิสุทธิอาภรณ์” ดังนี้

            “ความประทับใจที่เริ่มเห็นในวัยใสบริสุทธิ์กับเทพบุตรนักร้องไทยที่ยังคงมั่นในความสัมพันธ์ทางใจ ทำให้เธอได้รู้จักคุ้นเคยกับคนในวงการบันเทิงมากมายให้ผู้อ่านได้รู้จักแง่มุมของศิลปินชื่อดังหลายคน จนหยิบจับใครต่อใครมาใส่ไว้ในคอลัมน์...คนที่จมอยู่กับความหลัง บวกกับความจำอันดีเลิศ ขุดเอาความหลังออกมาเขียนได้อย่างไม่มีวันหมด เป็นอาหารสมองที่ชวนให้ลองลิ้มชิมรสอย่างท้าทาย”

            สุเทพ วงศ์กำแหง นักร้อง ศิลปินแห่งชาติ เขียนไว้ในเรื่องเดียวกันว่า

            “ด้วยความรู้สึกที่มันฝังแน่นอยู่ในใจมานานครัน เมื่อผมได้มาพบเห็น คุณพิสุทธิอาภรณ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ผมก็รู้ด้วยสัญชาตญาณว่าเธอมีความรู้สึกลึกๆที่น่าจะมีสิ่งที่ดีๆแฝงเร้นอยู่ในใจ ควรอย่างยิ่งที่เธอน่าจะได้เขียนหนังสือเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกที่มีออกมาเผยแพร่ ซึ่งก็เป็นความจริง เธอได้เผยสิ่งที่เธอเก็บกดเอาไว้ในใจ ออกมาตีแผ่ได้อย่างงดงามสมกับความตั้งใจที่ผมมีให้เธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องยาวที่ผมอยากให้เธอเขียน”

กับอดีต “Chief of Police” ของ แอล.เอ. (Bernard C.Parks) ที่บ้านพักกงสุลใหญ่นครลอส แอนเจลิส ในงานต้อนรับกลุ่ม LAPD (LOSANGELES  POLICE DEPT.)

            นอกจากนี้ ผู้เขียนบทสัมภาษณ์โชคดีที่มีโอกาสสัมภาษณ์ สุเทพ วงศ์กำแหง สายตรง แอล.เอ. แมรี่แลนด์ จึงได้ข้อมูลเจาะลึก ซึ่งเข้าไปในความรักความหลังของเด็กที่กำลังจะเริ่มเติบโตเป็นสาว ด้วยวัยเพียง ๑๑-๑๒ ปี ยังไม่ได้เป็นวัยรุ่น เนื่องจากญาติผู้ใหญ่ของพิสุทธิอาภรณ์เป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง “สวรรค์มืด” สุเทพเล่าว่า

            “เริ่มพบคุณสุ ตอนผมแสดงในเรื่องสวรรค์มืด เธอมาขลุกอยู่ที่กองถ่าย ตาโตๆ น่ารักดี ตอนนั้นผมกำลังจีบน้องสาวของ สอ้าน ฑีร์ฆะยศ อยู่”

            พิสุทธิอาภรณ์เสริมว่า

            “เหตุที่สุไปป้วนเปี้ยนอยู่กับกองถ่ายเพราะญาติไปอำนวยการสร้างจึงได้มี ‘พี่ชาย’ ร่วมโลก ติดอยู่ในความคิดคำนึงมากว่า ๔๐ ปี ตอนนั้นยังเด็กมาก ยังไม่เข้าวัยรุ่นเลย จนปัจจุบันเธอก็ทำตัวเป็นพี่ชายที่ดีมาตลอด เวลาสุเขียนหนังสือ ก็คอยเตือนเรื่องตัวสะกด มา แอล.เอ.คราวนี้เลยนำพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานมาให้ เธอทราบว่าภาษาไทยของสุไม่แข็ง เมื่อวันก่อนไปถามว่า ชโลม สะกดอย่างไร เลยถูกเอ็ดว่า ทำไมไม่เปิดดูในพจนานุกรมที่เพิ่งให้”

            ความรักความหลังของพิสุทธิอาภรณ์จะขาดตอนนี้ไปไม่ได้เลย เพราะสะท้อนภาพชีวิตของผู้หญิงช่างฝันคนหนึ่งที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงศิลปินในฐานะที่ท่านบิดาเป็นศิลปินผู้มีศิลปะการแสดงเป็นที่ประจักษ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

            ส.ท่าเกษม เล่าไว้ ในหนังสือของ “พิสุทธิอาภรณ์”

            “ทุกปี ส.ท่าเกษมจะกลับมาหาบรรยากาศเก่าๆที่เมืองชายทะเลเล็กๆ บนฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย มีความรู้สึกเหมือนกับนัดพบหรือเคยสัญญาไว้กับใครคนหนึ่ง ณ ที่แห่งนั้น วนเวียนไปมาอยู่เช่นนี้ นับเป็นเวลายาวนานถึง ๑๒ ปีเต็ม

            ผู้เขียนชอบความสงบเงียบของสถานที่นี้ ตกดึกได้ยินแต่เสียงลมพัดผ่าน ได้ยินเสียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง คืนไหนไม่มีพระจันทร์ส่องแสงอยู่บนท้องฟ้า ท้องทะเลเบื้องหน้า จะมืดสนิทจนรู้สึกวังเวง อ้างว้าง ความนึกคิดล่องลอยไปไกลแสนไกล ข้ามน้ำ ข้ามทะเล ไขว่คว้าหาที่พักทางใจ...

            ผู้เขียนนับถือและชื่นชอบผลงานของผู้แต่งเพลง “ไกลชู้” มาก...

            ...สงสารดวงใจ                คงตรมหมองไหม้คอยหา
            เคยแอบอุรา                    พี่ห่างสุดหล้าสุดฟ้าธาตรี
            พี่ฝันถึงเจ้า                      น้องเล่ายามนี้
            ยามฟ้ากอดวารี                ฝันถึงพี่ไหมเอ่ย...”

            พิสุทธิอาภรณ์เล่าว่า

            “ขณะมาศึกษาวิชาเลขานุการที่ Los Angeles Trade Technical College ได้พบกับ Raymond Persi ที่นั่น ตอนนั้นเรียนด้วย ทำงานที่ห้องสมุดด้วย เรย์จะมานั่งรอที่ห้องสมุดทุกวันศุกร์ เขาเป็นหนอนหนังสือ เราเลิกงานแล้ว เขายังอ่านต่อ ไปๆมาๆเราเป็นฝ่ายรอ

กับครอบครัว-สามี (Mr.Raymond Persi) และบุตรชายหญิงทั้งสาม โด-เร-และมี

            พอเรียนจบก็หมั้นกันเมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๑๓ จากนั้นพ่อแม่ของเรย์ในอิตาเลี่ยนอเมริกันเขียนจดหมายไปขออนุญาตมารดาที่เมืองไทย จัดงานแต่งงานให้ที่อเมริกาในปีเดียวกัน ขณะนั้นบิดาถึงแก่อสัญกรรมไปแล้ว เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๐ ซึ่งเป็นปีที่เดินทางมาอเมริกานั่นเอง

            เมื่อปี ๒๕๑๔ มีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ลอส แอนเจลิส ลูกสาวคนแรกเกิดตั้งชื่อว่า พิสุทธิอาภรณ์ เหมือนกัน ชื่ออเมริกันว่า Dominigue ชื่อเล่นว่า โด พอมีลูกชายก็ให้ชื่อว่า เรมอนด์ เหมือนพ่อ ชื่อเล่นว่า เร มีลูกสาวอีกคนชื่อ พิสุทธิดา ชื่อเล่นว่า แซมมี่ เรียกว่าย่อว่า มี สำหรับเรมีชื่อกลางว่า สหรัฐ

            “ชื่อ พิสุทธิอาภรณ์ นี้ชอบมาก ลูกเป็นตัวแทน ถ้าเป็นอะไรไป ชื่อก็ยังอยู่ ตอนนี้โดเป็น ‘make-up artist’ เป็นนักร้อง นักดนตรี นักแต่งเพลงของวง ‘Stolen Balies’ แสดงในไนท์คลับฮอลลีวู้ดและเมืองใกล้เคียง เรเป็นผู้ช่วยผู้กำกับหนังการ์ตูน ‘The Simpson’ ของทีวีช่อง FOX-11 มี ‘project’ ส่วนตัวจัดโชว์ที่ลาสเวกัส ส่วนคนเล็ก มี (Mi) เป็น Director และ Head Coach ของทีมยิมนาสติก  ‘Shootiong Stars’ ลูกสาวคนนี้ทำให้แม่มีตำแหน่งเป็นคุณยายของหลานชายสุดที่รักชื่อสยาม ชื่ออเมริกันว่า Maximilian เรียกชื่อเล่นว่า แมกซ์ เวลาเขียนจดหมายถึงลูกจะเขียนรวมกันไปเลยว่า Do-Re-Mi

            ด้านการทำงาน เริ่มทำงานที่ Bank of America ตั้งแต่คอลเลจ จบมาก็เข้าๆออกๆจนคลอด Mi จึงหยุดทำงานเพื่อเลี้ยงลูก มีมารดาบินมาช่วยเลี้ยงด้วย ต่อมากลับเข้าไปทำงานอีกจนครบ ๒๕ ปี เกษียณอายุตอนอายุ ๕๕ ปี”

            “พอเกษียณจึงเริ่มเขียนหนังสืออย่างจริงจัง เป็นช่วงชีวิตที่มีความสุขมากที่สุด มีหลายนามปากกาเพราะเขียนหลายแห่ง คือ ส.ท่าเกษม กุหลาบแดง หนุมาน พิสุทธิ์ เหนี่ยว บุณยาศัย มีข่าวพิเศษ รวมภาพ สังคมซุบซิบ สัมภาษณ์ คอลัมน์ประจำ คือ นสพ.ไทย แอล.เอ. ทำมา ๖ ปีแล้ว เขียนทุกอย่างยกเว้นเรื่องยาว”

            ความรัก ความหลัง ความฝันของผู้หญิงที่มีนามว่า พิสุทธิอาภรณ์ มีล้นเหลือ ล้วนเป็นความทรงจำที่ดี เป็นวัตถุดิบในข้อเขียนที่มีคุณค่า เมื่อเธอได้พบเอลวิสนั้น เธอเล่าว่า

            “หล่อสุด! ไม่เคยเห็นใครหล่อเท่าเอลวิส วันนั้นแต่งชุดดำมะเมื่อม รับกับผมสีดำ หน้าออกไปทางสีชมพู เห็นได้ชัดว่าเป็นการแต่งหน้า เขากำลังแจกลายเซ็น พยายามแทรกจนถึงตัวเอลวิส ส่งสมุดให้เขารับไป หันมาถาม ‘Are you Sure’ แล้วเขาก็เขียนชื่อให้พร้อมลายเซ็น รับสมุดกลับด้วยความรู้สึกที่ลอยๆ เหมือนยังอยู่ในความฝัน จับมือเอลวิสเพื่อแสดงความขอบใจ ไม่ได้ล้างมือไปหลายวัน เคยส่งเสียคนใกล้ชิดไว้ว่า หากสิ้นชีพลงให้ขออนุญาตวัดไทยเปิดเพลงเอลวิส หลังจากพระสวดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่ทราบว่าจะผิดกติกาวัดไทยหรือเปล่า”

ขณะพาหลานชาย-(สยาม) ไปชมงานวัฒนธรรมไทยในลอส แอนเจลิส

            มีเรื่องราวมากมายของพิสุทธิอาภรณ์ให้เขียนถึง เสียดายที่เนื้อที่กระดาษคงต้องจบเพียงนี้ จบด้วยความรู้สึกชื่นชมในความสุขของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถือกำเนิดในราชสกุล อบอุ่นด้วยครอบครัวที่สมบูรณ์พูนสุข มีบ้านที่สวยงามในเมืองเบอร์แบงก์ บ้านมัจฉาสุวรรณที่เดนาพอยท์ และบ้าน “เกษียณสมุทร์” ที่ Tamarack Beach เมือง Carlsbad ริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก มีความสุขกับงานเขียนถึงความรักความหลังและความฝัน มีญาติพี่น้องมากมายในเมืองไทยทั้งราชสกุลพึ่งบุญ และที่เกี่ยวดองกัน เช่น พลเอก เฟื่องเฉลย อนิรุทธเทวา บุตรของพระยาอนิรุทธเทวา น้องชายของเจ้าพระยารามราฆพ เป็นต้น

            ไม่น่าเชื่อเลยว่าท่ามกลางความอบอุ่นด้วยความหลังความรักเช่นนี้ เธอจะเขียนไว้ว่า “ลึกๆลงไปแล้ว ชีวิตส่วนตัวไม่เคยสมปรารถนาในเรื่องของความรัก สิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิตของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป ทั้งที่พระเจ้าให้หัวใจมาคนละดวง ดวงเดียวเท่านั้น บางคนแบ่งแยกออกเป็นหลายส่วน แจกจ่ายไปทั่ว เพราะไม่รู้จักคำว่าพอ ถ้าเกิดในภพหน้า ขอห่างไกลคนที่มีความรักฟุ่มเฟือย ร้อยโยชน์พันโยชน์”

            สุดท้ายจากหัวใจของเธอ

            “ถึงแม้จะอยู่ห่างไกลจากบ้านเกิดเมืองนอนเป็นแรมปี แต่คำว่า ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ยังคงฝังลึกอยู่ในชีวิตไม่เสื่อมคลายเช่นเดียวกับชาวไทยใน แอล.เอ. ทั้งหลายซึ่งรวมกลุ่มกันเป็นสมาคม ชมรม จัดงานกุศลช่วยทางเมืองไทยเป็นประจำ

            ขอขอบคุณผู้ให้กำลังใจสนับสนุน เช่น พี่รำไพพรรณ (โสภาค สุวรรณ) คุณนิด (วราภา) พี่แมว (เพ็ญวิภา โสภาภัณฑ์) ดร.กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติ สุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติ สวลี ผกาพันธุ์ ศิลปินแห่งชาติ อาจารย์วิชรินี พุธศุกร์ มาร์ซาโรลี และ คุณวิรัช โรจนปัญญา ฯลฯ

            ความฝันทำให้ชีวิตมีความหวัง มีความกระตือรือร้นไม่หยุดนิ่ง ถึงแม้ชีวิตปัจจุบันจะลงตัวแล้ว ยังมีความฝันอยากเป็นนักเขียนประจำของนิตยสารชั้นนำในประเทศไทย”

            พิสุทธิอาภรณ์...               ฝากหัวใจเพลงวอนสะท้อนฝัน
อาบอารมณ์ลีลาฟ้าโอบจันทร์           สรวงสวรรค์สวมสอดกอดวารี
ชะลอเดือนลอยเลื่อนชโลมหล้า        “เจ้าพระยา” สู่สมุทรสุดวิถี
สื่อสารศิลป์จินตภาพฉาบชีวี             หนึ่งเดียวนี้...คือ พิสุทธิอาภรณ์

 

 หน้าแรก / ฉบับปัจจุบัน/ เกี่ยวกับสกุลไทย/  พระราชประวัต/ กระดานข่าว/ สมุดเยี่ยม / ค้นหา

บริษัท อักษรโสภณ จำกัด 58 สุขุมวิท 36 (นภาศัพท์) คลองตัน คลองเตย กรุงเทพฯ10110 โทร 0-2258-5861 Fax0-2258-9130

มีปัญหาในการใช้งานติดต่อ  mailto:Nuttapongo@thaicentral.com