ฉบับที่ 2403 ปีที่ 47 ประจำวันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน 2000  

บทความ-สารคดี
โดย  นิติกร กรัยวิเชียร

สัมพันธ์ พันธุ์มณี ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง(นาฏศิลป์)พ.ศ. ๒๕๔๒

ท่านผู้อ่านที่เกิดและเติบโตทันได้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของสถานีโทรทัศน์ช่อง ๔ บางขุนพรหม คงยังจำได้ดีว่า ในยุคนั้นมีรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งซึ่งนับเป็นรายการแรกของวงการโทรทัศน์ไทย ที่มุ่งส่งเสริมเผยแพร่นาฏศิลป์ไทย ในนามคณะนาฏศิลป์สัมพันธ์ รายการดังกล่าวได้รับความนิยมจากผู้ชมอย่างกว้างขวางและยาวนาน และผู้ที่อยู่เบื้องหลังของความสำเร็จในครั้งนั้นก็คือครูสัมพันธ์ พันธุ์มณี ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติในอีกหลายสิบปีถัดมา

ครูสัมพันธ์ พันธุ์มณี เกิดเมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๗๐ ที่กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันอายุ ๗๓ ปี ท่านได้รับการศึกษาทางด้านนาฏศิลป์ตั้งแต่อายุเพียง ๘ ปี และสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ จากโรงเรียนนาฏดุริยางค์ ณ ที่นั้น ท่านได้มีโอกาสเล่าเรียนฝึกฝนกับบรมครูนาฏศิลป์ไทยหลายท่าน อาทิ หม่อมครูต่วนฯ ครูละมุล ยมะคุปต์ คุณหญิงนัฏกานุรักษ์ ครูมัลลี คงประภัสร์ ครูหุ่นฯ ครูเกษมฯ และครูเฉลย สุขะวณิช เป็นต้น เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว พลตรีหลวงวิจิตรวาทการได้ชักชวนให้เข้าร่วมแสดงละครกับคณะวิจิตรศิลป์ ทำให้ครูสัมพันธ์ได้มีโอกาสแสดงความสามารถในการแสดงละครหลายเรื่อง อาทิ เจ้าหญิงกรรณิการ์ ชนะมาร และ ลานเลือดลานรัก เป็นต้น จากนั้นก็ได้ไปแสดงละครร่วมกับคณะผกาวลีเป็นเวลา ๕ ปี ก่อนที่จะผันชีวิตไปเป็นครูสอนนาฏศิลป์ที่โรงเรียนสตรีเนติศึกษาอยู่เป็นเวลา ๒ ปี

ครั้นถึงปีพุทธศักราช ๒๔๙๘ ภายหลังจากที่ได้มีการต่อตั้งสถานีโทรทัศน์ช่อง ๔ บางขุนพรหมขึ้น ครูสัมพันธ์ พันธุ์มณี ได้รับเชิญจากนายจำนง รังสิกุล ให้เข้าทำงานในหน้าที่ฝึกหัดนาฏศิลป์ไทยให้ดารา นักแสดง ตลอดจนลูกหลานของพนักงาน รวมทั้งเยาวชนทั่วไปที่มีความสนใจโดยไม่คิดค่าตอบแทนแต่ประการใด ระหว่างนั้น ท่านได้มีโอกาสรับคำชี้แนะเพิ่มเติมความรู้จาก ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนีย์ ผู้ซึ่งเป็นที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านนาฏศิลป์ที่ทางสถานีเชิญมาด้วย ลูกศิษย์ของครูสมพันธ์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปได้แก่ กำธร สุวรรณปิยศิริ นันทวัน เมฆใหญ่ ศิริพร วงศ์สวัสดิ์ กนกวรรณ ด่านอุดม อารี นักดนตรี เย็นจิตต์ สัมมาพันธ์ กรรณิกา ธรรมเกษร อรวรรณ โปร่งมณี นฤพนธ์ ดุริยพันธ์ รอง เค้ามูลคดี และ สุริยา ชินพันธ์ เป็นต้น พร้อมกันนั้น ครูสัมพันธ์ก็ได้ริเริ่มจัดรายการโทรทัศน์เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่นาฏศิลป์ไทยขึ้น ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของวงการโทรทัศน์ไทยสำหรับรายการประเภทนี้ โดยจัดให้มีการแสดงทั้งละครรำ ละครร้อง ละครพันทาง ละครพูด รวมทั้งเพลงไทยและงิ้ว โดยครูสัมพันธ์รับหน้าที่เป็นทั้งผู้กำกับการแสดงและกำกับรายการด้วย ละครที่นำมาแสดงนั้น ส่วนมากนำมาจากบทประพันธ์อมตะเช่น สาวเครือฟ้า ศรอนงค์ ลูกทาส ขุนศึก และเจ้าหญิงแสนหวี เป็นต้น ซึ่งครูสัมพันธ์ได้ใช้ความสามารถในทางนาฏศิลป์ของท่านฝึกฝนลูกศิษย์ทั้งที่เป็นดาราอยู่ก่อนแล้ว และศิษย์ที่ฝึกขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ จนสามารถแสดงออกมาได้ดีจนเป็นที่ประทับใจของคนดูเป็นอย่างมากทำให้เป็นรายการที่ติดอันดับยอดนิยมในเวลานั้นด้วย

เนื่องจากจำนวนผู้ที่ให้ความสนใจมาสมัครเรียนนาฏศิลป์กับครูสัมพันธ์ พันธุ์มณี ที่สถานีโทรทัศน์ช่อง ๔ ได้ทวีจำนวนเพิ่มขึ้นโดยลำดับ จนไม่สามารถรับได้ทั้งหมด ครูสัมพันธ์จึงได้ตัดสินใจออกมาเปิดโรงเรียนสอนนาฏศิลป์ของตนเองขึ้น โดยให้ชื่อว่า “โรงเรียนนาฏศิลป์สัมพันธ์” ดำเนินการสอนเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รวมเป็นระยะเวลากว่า ๓๐ ปีแล้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้มีผู้ปกครองสนใจนำลูกหลานมาเรียนนาฏศิลป์กับท่านมากมาย มีหลายรายที่เริ่มเรียนตั้งแต่เล็กๆ แม้กระทั่งเติบโตขึ้นก็ยังคงเรียนต่อเนื่อง พัฒนาไปสู่ระดับที่สูงขึ้นจนย่างเข้าสู่วัยสาว โดยการเรียนการสอนของที่นี่ เป็นไปด้วยความรักและผูกพันธ์ คุณครูสัมพันธ์ได้ทุ่มเทกับงานสอนอย่างเต็มที่ด้วยเจตนาอันแน่วแน่ในการที่จะอนุรักษ์และเผยแพร่นาฏศิลป์ไทยให้แก่เยาวชนด้วยวิญญาณแห่งความเป็นครูอย่างแท้จริง ทั้งยังปฏิบัติกับลูกศิษย์ทุกคนเสมือนเป็นลูกหลาน จึงเป็นที่เคารพนับถือของลูกศิษย์เป็นอย่างสูงเสมอมา

นอกเหนือจากงานสำคัญที่ได้กล่าวมาแล้ว ครูสัมพันธ์ พันธุ์มณี ยังมีผลงานทั้งการแสดงด้วยตนเอง และจัดการแสดงละครประเภทต่างๆ ทั้งละครรำ ละครนอก ละครใน ละครพันทาง ละครเสภา ละครร้อง ละครพูด ละครอิงประวัติศาสตร์ ละครเวที ละครพันทาง งิ้ว และการแสดงวิพิธทัศนาตลอดมาตั้งแต่เริ่มต้นวิชาชีพนับเรื่องไม่ถ้วน จึงนับว่าท่านเป็นผู้ที่เกิดมาเพื่อช่วยสร้างสรรค์และสร้างเสริมวงการนาฏศิลป์ไทยอย่างแท้จริง ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ทำให้ท่านได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๒

ผมได้ไปกราบเยี่ยมคุณครูสัมพันธ์ พันธุ์มณี ที่โรงเรียนนาฏศิลป์สัมพันธ์เพื่อดูสถานที่เตรียมการถ่ายภาพล่วงหน้า และนัดหมายวันถ่ายภาพกัน ซึ่งท่านได้กรุณานัดให้ผมไปถ่ายภาพเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๔๓ โดยตกลงกันไว้ว่าผมจะถ่ายภาพท่านขณะสอนรำโดยมีแถวลูกศิษย์ที่กำลังเรียนรำไทยกับท่านเป็นฉากหลัง ในการนี้ ผมได้ขอให้ท่านแต่งตัวตามที่ท่านเห็นสมควรซึ่งเมื่อถึงวันที่นัด ท่านก็ได้เลือกสวมเสื้อลูกไม้และนุ่งโจงกระเบนสวยงาม

วันที่ผมไปถ่ายภาพครูสัมพันธ์นั้น ผมเกิดความรู้สึกแปลกใจและประทับระคนกันเพราะเมื่อผมไปถึงบริเวณหน้าโรงเรียนนั้น มีรถยนต์น้อยใหญ่จอดเต็มบริเวณริมบาทวิถีไปหมด และเมื่อเข้าไปภายในโรงเรียนแล้ว ก็ได้เห็นบรรดาผู้ปกครองพาบุตรหลานสาวๆ ตั้งแต่วัยจิ๋ว วัยแรกรุ่น วัยรุ่น จนถึงวัยสาวสะพรั่ง มาเรียนกันอย่างคึกคัก ที่ว่าแปลกใจนั้น เพราะผมไปฝังใจว่าบรรดาเด็กๆ และสาวๆ สมัยนี้โดยมากมักจะเห็นว่านาฏศิลป์ไทยเป็นของคร่ำครึ ล้าสมัย และมักจะไปนิยมชมชอบกับเพลงสมัยใหม่เสียงดังๆ แบบฟังแล้วจั๊กจี้แก้วหู ไม่ก็ไปยืนเต้นแร้งเต้นกาบนผืนยางที่กรุด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกหน้าจอคอมพิวเตอร์ตามห้างสรรพสินค้าด้วยท่าทางที่คิดแล้วว่าเก๋ไก๋อย่างเหลือเกิน บางคนมีทีท่าเหมือนเสียสติไปทว่าร่างกายยังทำงานอยู่อย่างแข็งขัน แต่เมื่อมาที่นี่ ก็ได้เห็นเด็กสาวอีกกลุ่มหนึ่งที่มารวมตัวกันเพื่อเรียนรำไทยด้วยความรักและชื่นชมกับนาฏศิลป์ไทยทำให้รู้สึกประทับใจปนกับความแปลกใจดังที่กล่าวมา

การถ่ายภาพครูสัมพันธ์นี้ ผมเจตนาจะเน้นตัวท่านเพียงท่านเดียว จึงกำหนดความชัดของภาพให้อยู่เฉพาะที่ตัวท่านเท่านั้น มิเช่นนั้นแล้ว ตัวท่านก็จะจมกลืนไปกับกลุ่มนักเรียนทำให้ไม่โดดเด่นออกมา ดังนั้นบรรดาศิษย์ทั้งหลายที่อยู่ในภาพจึงต้องลางเลือนไปด้วยเหตุฉะนี้ ผมหวังว่าศิษย์ครูสัมพันธ์ที่สู้อุตส่าห์ตั้งท่ารำอย่างสุดฝีมือ จะไม่คิดว่าถูกหลอกให้มาเข้าฉากนะครับ แต่ขอให้ภาคภูมิใจเถิดว่าได้เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยทำให้ภาพครูสวยสง่าแวดล้อมไปด้วยลูกศิษย์อย่างอบอุ่น ดีกว่าให้ท่ามายืนรำแต่เพียงเดียวดายเป็นไหนๆ

หากจะให้ผมคาดเดาว่าสิ่งที่ทำให้ครูสัมพันธ์ภูมิใจมากที่สุดในชีวิตคือเรื่องอะไร ผมก็คิดว่าการที่ท่านได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาตินั้นคงจะเป็นส่วนหนึ่ง แต่คงไม่เท่ากับความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนสำคัญในการสืบทอดนาฏศิลป์ไทยสู่คนรุ่นใหม่รุ่นแล้วรุ่นเล่าอย่างเต็มกำลังเท่าที่ช่วงชีวิตของครูคนหนึ่งจะพึงทำได้เป็นแน่

ผมขอถือโอกาสแนะนำมายังท่านผู้ปกครองที่รักในนาฏศิลป์ไทย และอยากให้ลูกหลานได้มีโอกาสเรียนเพื่อเป็นการประดับความรู้ ว่าน่าจะลองไปเยี่ยมชมโรงเรียนนาฏศิลป์สัมพันธ์ในวันเสาร์ - อาทิตย์ ดูสักครั้ง หรือจะลองโทรศัพท์ไปสอบถามรายละเอียดดูก่อนก็ได้ครับที่หมายเลข ๒๔๓ - ๓๐๙๗ งานนี้ผมอาสาประชาสัมพันธ์ให้ครูสัมพันธ์เองโดยที่ท่านไม่ได้ขอร้องเพราะเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์แก่สาธารณะครับ

  ขอขอบคุณ

สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เอื้อเฟื้อข้อมูล
บริษัทโกดัก (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนผลิตภัณฑ์ถ่ายภาพ
คุณบันลือ อุตสาหจิต แห่งบริษัทศรีสยามพริ้นท์แดนแพคก์ จำกัด อุปถัมภ์โครงการ

 หน้าแรก / ฉบับปัจจุบัน/ เกี่ยวกับสกุลไทย/  พระราชประวัต/ กระดานข่าว/ สมุดเยี่ยม / ค้นหา

บริษัท อักษรโสภณ จำกัด 58 สุขุมวิท 36 (นภาศัพท์) คลองตัน คลองเตย กรุงเทพฯ10110 โทร 0-2258-5861 Fax0-2258-9130

มีปัญหาในการใช้งานติดต่อ  mailto:Nuttapongo@thaicentral.com