Charpa Home
Charpa Techcenter Co.,Ltd.

พริก (Chili) ตอนที่ 4

จงรักษ์ แก้วประสิทธิ์
สาขา เคมี สายวิทยาศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วิทยาเขตกำแพงแสน นครปฐม 73140
rdicrk@ku.ac.th
อดิศร์ รัตนบุรี
นิสิตสายวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วิทยาเขตกำแพงแสน นครปฐม 73140
ADIT1902@hotmail.com

 

 

     จากตอนที่แล้ว ที่ได้ทราบข้อมูลทั่วไปของพริกทั้งหมดและเริ่มต้องการที่จะรู้จักพริกให้มากยิ่งขึ้น การทำความรู้จักพริกนั้นไม่ยาก เพียงแค่เริ่มต้นจาการปลูกพริกไว้ในบ้าน

การปลูกพริก

     พริกเป็นพืชที่นิยมปลูก และนำมาประกอบเป็นอาหารประจำวันนานมาแล้ว โดยปลูกทั้งเพื่อการค้า และเพื่อบริโภคในครัวเรือน พริกใช้ประกอบอาหารหลายอย่าง เช่น น้ำพริก แกงเผ็ด แกงป่า แกงคั่ว ผัดเผ็ด ต้มยำ เป็นต้น ในปัจจุบันพริกที่นิยมปลูก คือพริกขี้หนู พริกขี้หนูสวน พริกฝัก พริกใหญ่ และพริกหยวก พริกปลูกได้เกือบทุกสภาพท้องที่ของประเทศไทย พื้นที่ปลูกเฉลี่ย 402,921.80ไร่ สามารถปลูกพริกไว้รับประทานหรือไว้ประดับในสวนหรือในกระถางต้นไม้เล็กๆที่บ้านได้

     ฤดูปลูก สามารถปลูกพริกได้ตลอดปี แต่การปลูกพริกเพื่อทำพริกแห้งต้องคำนึงถึงช่วงการเก็บผลต้องให้อยู่ในฤดูแล้งเพื่อสะดวกในการตากแห้ง การปลูกถ้าปลูกในช่วงเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม จะได้ราคาดี เพราะต้องการอากาศเย็นในการติกดอกและออกผล แต่มีขีดจำกัด คือ สามารถปลูกได้เฉพาะในแหล่งที่มีน้ำเพียงพอ ในเขตชลประทาน หรือตามบ้านเรือนก็ได้

     สำหรับประเภทของพริกแบ่งตาม พริกใหญ่ และพริกเล็ก ในแหล่งต่าง ๆ ดังแสดงในภาพที่ 1 มีดังนี้

          พริกใหญ่ เป็นพริกขนาดผลยาว 5-10 เซนติเมตร เช่น พริกหยวก พริกมัน พริกชี้ฟ้า เป็นต้น แหล่งปลูกที่สำคัญ คือ เชียงใหม่ นครสวรรค์ ลำพูน อุตรดิตถ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา เลย และราชบุรี เป็นต้น

          พริกเล็ก เป็นพริกขนาดผลยาว 2-5 เซนติเมตร เช่น พริกขี้หนูสวน พริกขี้หนู เป็นต้นแหล่งปลูกที่สำคัญ คือ เชียงใหม่ นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มุกดาหาร อุบลราชสีมา กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ศรีสะเกษ ชุมพร นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี เป็นต้น

การเตรียมดิน

     ควรเป็นดินร่วนที่อุดมสมบูรณ์ดี มีอินทรีย์วัตถุสูงและมีการระบายน้ำได้ดี ดินหาได้จากร้านขายต้นไม้ทั่วไป ส่วนความเป็นกรดด่าง (pH) ของดินควรอยู่ระหว่าง 6-6.8 ถ้าหากดินเป็นกรดด่างมากเกินไป อาจทำให้พริกเป็นโรคเหี่ยวได้ง่าย ควรจะผสมดิน ปุ๋ยคอกและแกลบ สัดส่วน 1:1:1 ให้เข้ากัน แล้วใส่ในกระบะเพาะเมล็ด

 

การเพาะเมล็ด

     เพาะเมล็ดพริกในกระบะเพาะเมล็ด (ดังภาพที่2) หลุมละ 2-3 เมล็ด ใช้ฟางคลุมแล้วรดน้ำตาม หลังจากเมล็ดงอกประมาณ 7 วัน ถอนแยกต้นกล้าที่อ่อนแอออกให้เหลือต้นกล้าที่สมบูรณ์ไว้หลุมละ 1-2 ต้น

 

การย้ายปลูก

     จะทำเมื่อต้นกล้าอายุประมาณ 30 วันหรือมีใบจริงประมาณ 5 ใบ (ดังภาพที่ 3) ก่อนย้ายปลูก 2-3 วัน ควรงดการให้น้ำเพื่อให้ต้นกล้าแข็งแรง และควรย้ายต้นกล้าในช่วงเวลาเย็น นำต้นที่สมบูรณ์มาแยกใส่ลงในแปลงดินหรือในกระถางที่เตรียมไว้ หลังจากย้ายแล้วให้น้ำทันที ถ้าปลูกโดยอาศัยน้ำฝนต้องรดน้ำจนกว่าพริกจะตั้งตัวได้ โดยดูว่าต้นพริกแข็งแรง มีชีวิตชีวา ไม่เหี่ยว

การดูแลรักษา

     การให้น้ำ พริกเป็นพืชที่ไม่ต้องการน้ำมากเกินไปควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ เฉพาะในช่วงแรกของการเจริญเติบโต โดยให้น้ำเฉลี่ย 4-5 วัน/ครั้ง ลดการให้น้ำในช่วงเก็บผลผลิต โดยให้น้ำเฉลี่ย 6-7วัน/ครั้ง เหตุที่ลดการให้น้ำเพราะหากให้น้ำมากเกินไปจะทำให้คุณภาพของผลไม่ดี สีไม่สวย การให้น้ำทุกครั้งอย่าให้จนเปียกแฉะเกินไป และไม่ควรปล่อยให้ดินแห้งมากจะทำให้ชะงักการเจริญเติบโต ควรเตรียมการระบายน้ำไว้สำหรับในฤดูฝนด้วย

     การกำจัดวัชพืช และการพรวนดิน หลังจากปลูกพริกแล้วเมื่อพริกมีอายุประมาณ 20 วัน ควรถอนวัชพืชที่งอกขึ้นมาและถ้าพบว่าดินจับตัวกันแน่นก็ให้พรวนดิน เพราะถ้าดินแน่นจะทำให้พริกแคระแกร็นได้

     การใส่ปุ๋ย ใช้ปุ๋ยเคมีซึ่งสามารถหาได้ง่ายในท้องตลาด ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 (N-P-K) ตอนการเตรียมดินสำหรับปลูกพริก หลังย้ายกล้าลงในดินที่เตรียมไว้นี้แล้วประมาณ 30 วัน ใส่ปุ๋ยสูตรเดิม 4-5วัน/ครั้ง ต่อมาเมื่อพริกเริ่มติดผลอ่อนจะใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21(N-P-K) 6-7วัน/ครั้ง ปริมาณการใส่นั้นใส่ต้นละประมาณ 1 ช้อนโต๊ะโดยโรยรอบโคนต้นและห่างจากโคนต้นประมาณ 1 คืบ แล้วใช้ดินกลบปุ๋ยที่โรยไว้ การใส่ปุ๋ยควรใส่ก่อนรดน้ำ


การเก็บเกี่ยว

    พริกจะออกดอกหลังจากย้ายปลูกแล้วประมาณ 60-70 วัน หลังจากนั้นจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลสุกได้เมื่อพริกมีอายุประมาณ 90 - 100 วัน (ดังภาพที่ 4) ซึ่งจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ทุก ๆ 5-7 วัน หรือเดือนละ 4-6 รุ่น ถ้ามีการบำรุงรักษาดีและให้น้ำอย่างเพียงพอพริกอาจจะมีอายุถึง 1 ปี

การเก็บเมล็ดพันธุ์

    หากเห็นว่าพริกที่ปลูกนั้นมีผลผลิตที่ดีทั้งปริมาณและคุณภาพ และอยากที่จะเก็บเมล็ดไว้ทำพันธุ์สำหรับปลูกในครั้งต่อไป ทำได้โดยการเลือกต้นที่จะเก็บผลตามคุณสมบัติดังนี้

    1. มีลำต้นแข็งแรง สมบูรณ์ เหนียวไม่หักง่าย
    2. ให้ผลดก และผลพริกขนาดใหญ่สมบูรณ์เต็มที่
    3. ทนทานต่อโรคและแมลง

    เมื่อคัดเลือกผลพริกตามที่ต้องการได้แล้วให้นำมาบุบเพื่อนำเมล็ดออก ล้างเมล็ดด้วยน้ำเกลือประมาณ (25%) จนสะอาด นำไปผึ่งให้แห้งสนิทก่อนแล้วจึง คัดเลือกเมล็ดที่เป็นโรค มีเชื้อราหรือเมล็ดลีบทิ้ง นำเมล็ดดีไปเก็บในภาชนะที่แห้งแล้วปิดสนิทเพื่อเก็บไว้ปลูกในครั้งต่อไป

เอกสารอ้างอิง

[1] มณีฉัตร นิกรพันธ์.2541.พริก.สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์ กรุงเทพฯ.
[2] http://www.charpa.co.th/articles/www.geocities.com/tonginn/vegetable/marageen.html
[3] http://www.charpa.co.th/articles/www.ku.ac.th/e-magazine
[4] http://thaifarmer.oae.go.th/Agriinfo/crop/pepper/pep1.html

(ต่อฉบับหน้า)

 

บริษัท จาร์พา เท็คเซ็นเตอร์ จำกัด
26/171 ซอยลาซาล 43 หมู่ 5 แขวงบางนา  เขตบางนา กทม. 10260 โทร. (02) 748-6970, 748-7292 โทรสาร (02) 748-6969