97.5 คลื่นสามัญประจำบ้าน นิตยสาร mars Seminar & Event Marketing
หน้าแรกผู้จัดการ
คอลัมน์
ข่าวปนคน-คนปนข่าว
ลึก(ไม่)ลับ กับ"ลัดดา"
ป้อมพระสุเมรุ
คุณถาม-พายัพตอบ
ประชาสังคม
คันปากอยากเมาท์
บทความ
โลกกว้าง - ทางแคบ
จากท่าพระจันทร์ ถึงสนามหลวง
ข้างประชาราษฎร์
ข่าววิเคราะห์
ข่าวเชิงวิเคราะห์
ข่าววิเคราะห์การเมือง
บทวิเคราะห์
ชัยอนันต์ สมุทวณิช
พายัพ วนาสุวรรณ
ยุค ศรีอารียะ
ดวงเมือง
มุมจีน
มองจีนด้วยตาหยี
การเมืองจีน
โต๊ะจีน
ร้อยรสคำมังกร
การเมืองอเมริกา
จากโลกคนละซีก
ตะวันตก
ตะวันออก
รวมลิงค์การเมือง
 
 
หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกการเมือง | ข่าวการเมือง E-mail this articlePrint this article
ข่าวการเมือง
วันศุกร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2547
 
รัฐเท 3,700 ล้านผุดโครงการยักษ์สร้าง“ พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ”
โดย ผู้จัดการออนไลน์
 
จาตุรนต์ ฉายแสง รองนายกรัฐมนตรี
      จาตุรนต์ เทงบฯ 3,700 ล้าน ผุดโครงการยักษ์"จัดตั้งพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ"ชี้เพื่อให้การศึกษายุคปฏิรูปเรียนรู้แบบไร้ขีดจำกัด ด้านศรีศักร ระบุคืนประวัติศาสตร์ให้ประชาชนในท้องถิ่น พร้อมปลูกจิตสำนึกให้รักมาตุภูมิ
      
       เมื่อเวลา 09.00 น. นายจาตุรนต์ ฉายแสง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายบริหารพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ พร้อมด้วยนายชัยอนันต์ สมุทวณิช ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านบริหารจัดการ และนายศรีศักร วัลลิโภดม ประธานอนุกรรมการด้านวิชาการพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ร่วมแถลงข่าวความก้าวหน้าโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติว่า ตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายการบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ มีนโยบายที่จะส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสแสวงหาความรู้ และพัฒนาความสามารถของตนเอง
      
       โดยผ่านระบบการเรียนรู้สาธารณะ ซึ่งเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้มีการเพิ่มพูนความรู้ให้แก่ตนเอง เพื่อสร้างสรรค์ พัฒนาคุณภาพความคิด และสร้างจินตนาการของบุคคลให้รู้จักคุณค่าของชีวิตอันดีงาม ทันสมัย และเป็นประโยชน์ในการพัฒนาบุคลากรของชาติต่อไป จึงมีการริเริ่มจัดตั้งพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติขึ้นมา เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ ศิลปะ วิทยาการ รวมทั้งแสดงถึงวัฒนธรรม ความเจริญรุ่งเรื่องของประเทศไทยได้อย่างครบวงจร โดยจะใช้ระยะเวลาการดำเนินการ 5 ปี ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2547-2551 และใช้งบประมาณทั้งสิ้นรวม 3,700 ล้านบาท
      
       นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า เนื้อหาหลักในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ มี 4 ข้อ คือ 1. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติของอุษาคเนย์ 2. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ผู้คนและดินแดนของอุษาคเนย์ 3. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ชาติไทย 4. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีกับสังคมไทยและความเปลี่ยนแปลง ในส่วนของสถานที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์นั้นอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของอาคารเก่า บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อใช้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ฯดังกล่าว เช่น กระทรวงกลาโหม และอาคารอื่นๆในแถบถนนสนามไชย และถนนราชดำเนินใน ได้แก่ กรมแผนที่ทหาร กรมการรักษาดินแดน อาคารองค์การคลังสินค้า เป็นต้น
       นายจาตุรนต์กล่าวด้วยว่า พิพิธภัณฑ์หลายแห่งที่เรามีอยู่แล้วนั้น มีปัญหาว่าสร้างแล้วไม่มีคนมาดู
      
       เรื่องที่ท้าทายมากที่สุดคือ ด้านองค์ความรู้ทั้งในและนอกประเทศ และจะทำอย่างไรให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ผู้คนให้ความสนใจ และเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ดังนั้นแผนงานในปี 47 ฝ่ายวิชาการได้ทำการศึกษาวิจัยรวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ การระดมความคิดจากนักคิด วางแผนจัดกิจกรรม เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่รื่นรมย์ด้วยเทคนิคที่ทันสมัย ซึ่งพิพิธภัณฑ์ฯ ดังกล่าว นอกจากเป็นสถาบันที่จัดแสดงวัตถุอันมีค่าทางสังคม และประวัติศาสตร์ไทยแล้ว ยังเป็นสถาบันใหม่ที่สะท้อนความมั่นคงของสังคม และเป้าหมายสำคัญคือ การเป็นการเปิดกว้างทางการศึกษายุคปฏิรูปให้ทันกับโลกในยุคของการเรียนรู้แบบไร้ขีดจำกัด ด้วยเทคนิคที่ทันสมัย ที่จะส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงวิถีชีวิต
      
       ด้านนายศรีศักร กล่าวว่า ในส่วนของนักวิชาการ จะเน้นในเรื่องความรู้ทั้งหมดที่มีความหมายต่อสังคมไทย ดังนั้นการจัดการก็จะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเราคิดว่าที่กรุงเทพฯจะต้องมีศูนย์กลางพิพิธภัณฑ์ เพราะเป็นที่นำความรู้ในหลายๆด้านทั่วโลกเข้ามา ไม่เฉพาะในเมืองไทยเท่านั้น ในขณะนี้ได้มีการระดมนักวิชาการเพื่อจะนำความรู้ระดับหนึ่งมาเสริมให้มีการจัดการขึ้น ทั้งนี้ต้องมองหลายๆมุม เพราะที่ผ่านมาการทำงานวิชาการเรามักจะผูกขาดกับคน 1-2 คน หรือ 1-2 กลุ่ม เท่านั้นเอง แต่ครั้งนี้เราจะดึงคนที่มีความรู้มาสร้างความรู้ในหลายๆด้านด้วย นอกจากในกรุงเทพฯแล้ว เราจะเน้นเรื่องการสร้างพิพิธภัณฑ์ในระดับเมืองและระดับท้องถิ่น จึงจำเป็นต้องมีการเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่นำความรู้มาสร้างร่วมกัน จะไม่ผูกขาดโดยนักวิชาการอีกต่อไป เมื่อก่อนเหมือนเราคุมประวัติศาสตร์เอาไว้เพียงส่วนกลาง แต่ปัจจุบันเราคืนประวัติศาสตร์ให้กับประชาชนในท้องถิ่น
      
       “ ปัญหาของประเทศไทยในขณะนี้อยู่ที่ว่า 60 ล้านคน เราไม่รู้จักกัน เพราะแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มหลายเหล่าเหลือเกิน แต่เรารู้จักเพียง 2 -3 กลุ่ม เท่านั้นเอง เวลามีเรื่องเราก็เอาความเห็น หรือค่านิยมของคน 2 -3 กลุ่ม นั้นมาตัดสิน ผมว่านี่คือจุดอ่อนของสังคมไทย ที่ค่อนข้างจะล้าหลังในเรื่องของการให้ความรู้ ” นายศรีศักร กล่าว
      
       นายศรีศักร กล่าวต่อว่า เราจะมีการจัดการให้มีความรู้จากคนข้างล่างขึ้นมา ไม่ใช่มาจากส่วนกลางอย่างเดียว แต่การจัดการในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย พวกตนทำงานง่ายเพราะว่าลุยอย่างเดียว แต่จะไปจัดการแล้วสื่อให้คนได้รับรู้เป็นเรื่องยาก ดังนั้น คงต้องเปิดโอกาสให้คนในท้องถิ่นได้ร่วมทำงานวิจัยด้วย เพราะว่าพิพิธภัณฑ์นั้นจะทำอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องสื่อให้คนรู้ด้วย ทั้งนี้อาจจะมีการกำหนดสถานที่ประวัติศาสตร์ในแต่ละท้องถิ่น สิ่งเหล่านี้จะทำให้คนท้องถิ่นได้เรียนรู้ และเป็นผู้ที่จะอธิบายให้กับคนที่มาเยี่ยมชมประวัติศาสตร์ได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกให้รักในมาตุภูมิในท้องถิ่นอีกด้วย เราจะเน้นให้เป็นพิพิธภัณฑ์สิ่งมีชีวิต และมีความหมายไม่ใช่สร้างขึ้นมาแล้วคนมาดูแล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร
      
       ด้านนายชัยอนันต์ กล่าวว่า ตนรับผิดชอบด้านการจัดการที่ได้มาจากฝ่ายวิชาการและวิจัย เราต้องกำหนดลำดับความสำคัญว่าจะทำเรื่องอะไรก่อน หากเราทำพิพิธภัณฑ์แรกให้เป็นตัวอย่าง ก็จะได้รับการสนับสนุนจากสาธารณชน และได้รับความสนใจที่จะเรียนรู้จากเด็กๆและประชาชน และจะสามารถทำพิพิธภัณฑ์อื่นๆต่อไปได้ ทั้งนี้ต้องมีการสำรวจความต้องการของประชาชนด้วย การจัดทำพิพิธภัณฑ์เราคงไม่อาศัยการสะสมข้อมูลเอกสาร หรือสะสมของที่จะมาแสดงเฉพาะในประเทศไทย เราต้องทำระบบของการเชื่อมโยงประสานการยืมของระหว่างประเทศด้วย โดยจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรี สำหรับเรื่องรายได้ที่จะเข้ามานั้น ถึงแม้ว่าเราจะเก็บเงินคนที่เข้ามาชมไม่ได้ แต่เราสามารถระดมความช่วยเหลือได้ เช่น ช่วยเหลือโดยสิ่งของ การสนับสนุนในทางอ้อม หรือการให้เงินโดยตรง รัฐบาลจัดสรรงบประมาณไว้พอที่จะจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้นมาได้ แต่หลังจากนั้น เราจะต้องอยู่ได้โดยอาศัยแรงสนับสนุนจากรัฐบาลส่วนหนึ่ง และเอกชนอีกส่วนหนึ่ง
      
       นายชัยอนันต์กล่าวต่อว่า ในส่วนของรัฐบาลจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คืองบประมาณจากส่วนกลาง และงบประมาณจากส่วนท้องถิ่น และหากเราได้รับความร่วมมือจากประชาชนอย่างเต็มที่ อาจจะได้รับบริจาคเงินได้ นอกจากนี้รายได้ที่จะเข้ามาก็จะเป็นการขายของที่ระลึก การสมัครเป็นสมาชิกพิพิธภัณฑ์ต่างๆ หรือหาผู้สนับสนุนต่างๆ ก็จะสามารถนำมาจุนเจือได้
 
 
ข่าวอื่นๆ ในหมวด
“แม้ว”เหน็บฝ่ายค้านตีปี๊บซักฟอกตามฤดูกาล
“ทักษิณ”ส่งจิตแพทย์ร่วมสอบโจรใต้-ลองของนอนใต้อีกรอบ
นายกฯย้ำข้าราชการต้องคิดดี-ทำด้วยใจ เพื่อรับใช้ประชาชน
วุฒิฯมีมติอุ้ม“แม้ว”ไม่ต้องมาชี้แจงเหตุปะทะเดือดไฟใต้
'มิ้ง'จนแต้มอ้างสื่อสารผิดทำแปรรูป กฟผ.สะดุด !
 
141 แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
 ชื่อ/email ของคุณ : กติกาในการแสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น :
 
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการรายสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ | ผู้จัดการฉบับพิเศษ
มุม: การเมือง | กีฬา | เกม | ต่างประเทศ | ธุรกิจ | บันเทิง | ภูมิภาค | เทคโนโลยี | ท่องเที่ยว | ปฏิทินกิจกรรม | คุณภาพชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | Mast Online | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์
All site contents copyright © 1999-2004 Thaiday Dot Com Co., Ltd.