link

เวปมหาลัย ---->



ละตินเภสัชกรรม


บทที่ 4 ตัวเลข (numerals)

     สวัสดีครับ ขอให้อาจารย์เพลิดเพลินกับการชมเวบเพจเรื่องตัวเลขน่ะครับ





ภาษาละตินมีตัวเลขใน 4 ลักษณะคือ
   1. จำนวนนับ ( CARDINAL NUMERAL ) ได้แก่ตัวเลขที่ใช้บอกจำนวนเพื่อใช้ตอบคำถามว่า”เท่าไร” เช่น หนึ่ง สอง สาม สี่ …….
   2. จำนวนลำดับ ( ORDINAL NIMERAL ) ได้แก่ตัวเลขที่ใช้บอกลำดับเพื่อใช้ตอบคำถามว่า”ที่เท่าไร” เช่น ที่หนึ่ง ที่สอง ที่สาม ที่สี่ ……
   3. จำนวนวิเศษณ์ ( ADVERBIAL NUMERAL ) ใช้ในการบอกความถี่ เป็นส่วนขยายของกริยา ได้แก่ตัวเลขที่ใช้ตอบคำถามว่า”บ่อยเท่าไร”
เช่น ทุกครั้ง ทุก 2 ครั้ง ทุก 4 ชั่วโมง
   4. จำนวนกระจาย ( DISTRIBUTIVE NUMERAL ) ใช้ในการบอกความถี่ เป็นการกระจายจำนวน ได้แก่ตัวเลขที่ใช้ตอบคำถามว่า
      ”บ่อยเท่าไร”เช่นกัน
              จะเห็นว่าจำนวนนับ จำนวนลำดับ จำนวนกระจาย ทำหน้าที่ขยายคำนาม จัดเป็นคุณศัพท์ ส่วนจำนวนวิเศษณ์ทำหน้าที่ขยายกริยา
 จัดเป็นคำวิเศษณ์ จำนวนทั้งสี่หลักในภาษาละตินแสดงในตารางที่ 4-1 โดยมีข้อสังเกตดังนี้
1. เลข 18,19,28,29 ….ในภาษาละติน จะเขียนเป็น
	18 = 20-2 ( DUO+DE+VIGINTI )
	19 = 20-1 ( UN+DE+VIGINTI)
	28 = 30-2 (DUO+DE+TRIGINTA )
	29 = 30-1 ( UN+DE+TRIGINTA )
2. เลข 21,22,23,24,25…. ในภาษาละตินจะเขียนเป็น
	21 = 20+1 (UNUS+ET+VIGINTI หรือ VIGINTI+UNUS)
	22 = 20+2 (DUO+ET+VIGINTI หรือ VIGINTI+DUO)
	23 = 20+3 (TRIA+ET+VIGINTI หรือ VIGINTI+TRES)
3. จำนวนลำดับ ในภาษาละตินจะเขียนเป็น = ORDINAL+ ORDINAL ( ซึ่งแตกต่างจากภาษาอังกฤษจะ  เขียนในรูป = CARDIAL+ ORDINAL )เช่น
	14 = QUARTUS DECIMUS
	21 = VICESIMUS PRIMUS
	22 = VICESIMUS  SECUNDUS
4. จำนวนนับ จำนวนลำดับ มี 3 เพศ แต่จำนวนกระจาย จำนวนวิเศษณ์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพศ พจน์ และการกตัวเลขที่ต้องมี
การเปลี่ยนแปลงคำลงท้ายการกเหมือนคำคุณศัพท์    ได้แก่ ตัวเลข 1,2,3,เลขร้อยตั้งแต่ 200 และเลขพันตั้งแต่ 2,000 
ดังแสดงในตารางที่ 4-2 ยกเว้น 4 ถึง 99, 100, 1000  ดังนั้นตัวเลข 101 ( = 100+1 ), 201 ( =200+1 )
 ต้องเปลี่ยนแปลงคำลงท้ายของจำนวนนับ1 ตามการกต่างๆ ส่วน 104 ( = 100+4 ) ไม่มีการเปลี่ยนแปลงคำลงท้ายตามการก
 แต่จำนวนลำดับทุกตัวจะมีรูปแบบคำลงท้ายซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงคำลงท้ายตามเพศ พจน์ การก ที่ไปขยายได้ 
โดยจำนวนลำดับเพศชายลงท้ายด้วย –US จำนวนลำดับเพศหญิงลงท้ายด้วย –A และจำนวนลำดับไม่มีเพศลงท้ายด้วย -UM






เลขเศษส่วน (FRACTION) 
	การเขียนเลขเศษส่วนในภาษาละตินทำโดยเศษใช้จำนวนนับและส่วนใช้จำนวนลำดับตามด้วย PARS ถ้าเศษเท่ากับ 1
 หรือตามด้วย PARTES ถ้าเศษมากกว่า 1 (pars, -is, f.3, part) เช่น 
	1/3      =  tertia pars
	1/15     =  pars quintadecima
	4/5      =  quartuor quintae partes
ส่วนเลข  1/2  สามารถเขียนได้ 3 แบบคือ
	-ใช้เป็นรูปคุณศัพท์ Dimidius, -a, -um, adj, half. หรือ Semis, semissis, adj.one termination, one half.
	-ใช้เป็นคำนามไม่มีเพศ Dimidium, -I, n2, the half.
	-ใช้ส่วนที่เติมหน้าคำ semi- หรือ sem-  ไว้หน้าคำนามที่เป็นหน่วย ซึ่งเป็นวิธีที่นิยม
	ตัวอย่างเช่น            	1/2 drachm  =  dimidia drachma (= one half drachm) รูปคุณศัพท์
                      1   1/2 ounce   =  uncia una et semis
                      2   1/2 grams   =  grammae duae et semisses
	 3  1/2 drachm  =  dimidium drachmae (= a half of a drachm) รูปคำนาม
 	     1/2 drachm  =  semidrachma รูปส่วนที่เติมหน้าคำ (prefixes)
เลขทศนิยม (DECIMAL PART) 
มักพบในระบบเมตริก โดยทำได้ดังนี้
	1. เป็นรูปเศษส่วนของหน่วย  เช่น  
		0.41 GRAMS	=  41/100  ของ 1 กรัม  แปลเป็นภาษาละตินดังนี้
		Quadraginta una centesimae partes grammatis 
	2. เป็นคำนามโดยใช้ส่วนที่เติมหน้าคาต่อไปนี้ ตามด้วยหน่วย
		DECI-	=1/10	=0.1
		CENTI-	=1/100	=0.01
		MILLI-	=1/1000	=0.001
	เช่น  0.41  GRAMS   = 41  CENTIGRAM  แปลเป็นภาษาละตินได้ดังนี้
	Quadraginta una centigrammata