ชุลีพร เดชขำ.  (2543, - มีนาคม - เมษายน). "การปกครองท้องถิ่นประเทศฟิลิปปินส์,"   วารสารข้าราชการ.  45(2)  :  
        64 - 71.
     การปกครองท้องถิ่นของประเทศฟิลิปปินส์   แบ่งออก
เป็น  2  ยุค  คือ    1.  การปกครองท้องถิ่นก่อนมี
ประมวล
กฎหมายปกครองท้องถิ่น  และ   2.  หลังการประกาศใช้
ประมวลกฎหมายดังกล่าว

     การปกครองของประเทศฟิลิปปินส์ในปัจจุบัน   แบ่ง
การบริหารออกเป็น  2  ระดับ  คือ
        1.  การบริหารราชการส่วนกลาง  แบ่งเป็นอำนาจ
อธิปไตย  3  ด้าน
             1.1  อำนาจประธานาธิบดี  :  ทำหน้าที่นำ
กฎหมายไปปฏิบัติ  ดำรงตำแหน่งคราวละ 6 ปี
             1.2  อำนาจนิติบัญญัติ  :  เป็นอำนาจการออก
กฎหมาย / ระเบียบ ประกอบด้วย 2 สภา  คือ
                    1)  วุฒิสภา (Senate)  
                    2)  สภาผู้แทนราษฎร 
(Longress)        
             1.3  อำนาจตุลาการ  :  ทำหน้าที่ตัดสินเมื่อมี
ข้อขัดแย้งเกิดขึ้น  ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งผู้พิพากษา 
ข้าราชการตุลาการ  ถือว่าเป็นข้าราชการส่วนกลาง     แม้
จะทำงานในศาลภาค (Regional  Court)  หรือ ศาล
จังหวัด  (Provincial Court)
        2.  การบริหารส่วนท้องถิ่น  แบ่งเป็น  4  รูป คือ
             2.1  จังหวัดมี  78  แห่ง  ประกอบด้วย  ผู้ว่า
ราชการจังหวัด  (Provincial Governor)  รองผู้ว่า
ราชการ
จังหวัด
             2.2  เมือง (City)  มี  84  แห่ง  แบ่งเป็น
เมืองที่มีความเป็นเมืองสูง  (highly urbanization)  และ
component  city  เมืองแต่ละแห่งประกอบด้วย  นายก
เทศมนตรี  (City  mayor)
             2.3  เทศบาล  (municipality)  มี  1,511 
แห่ง  ประกอบด้วย  นายกเทศมนตรี  (Municipal  
mayor)
และรองนายกเทศมนตรี
             2.4  บาลังไก  (barangay)  มี  41,939  
แห่ง      เฉพาะในมะนิลาประกอบด้วย  บาลังไก 900  
แห่ง  
บาลังไกแต่ละแห่งประกอบด้วย    หัวหน้าบาลังไก  
(barangay  captain)     สภาบาลังไกหนึ่ง ๆ ประกอบ
ด้วย 
สมาชิกประมาณ  7  คน

        นอกจากนี้ฟิลิปปินส์ยังมีหน่วยการปกครองรูปแบบ
พิเศษอีก 2 แห่ง    คือ    Cellebella  Autonomous  
region  อยู่ตอนเหนือของเกาะเกซอน  และ  Muslim  
autonomous  region  เป็นเขตมุสลิมทางตอนใต้ของ
เกาะมินดาเนา  หน่วยการปกครองรูปแบบพิเศษนี้  อยู่
ภายใต้การบังคับใช้ของประมวลกฎหมายปกครองท้องถิ่น

        ประมวลกฎหมายปกครองท้องถิ่นประเทศ
ฟิลิปปินส์ ค.ศ. 1991  ประกอบด้วยประเด็นสำคัญ  คือ  
            1.  เป้าหมายของประมวลกฎหมาย  มี  2  
ประการ  คือ  เพื่อเพิ่มความเป็นประชาธิปไตย  และการ
พัฒนา
ท้องถิ่นในฟิลิปปินส์
            2.  สิ่งที่รัฐถ่ายโอนในท้องถิ่นมี  4 ด้าน   
คือ   1)  ภาษีที่รัฐจัดสรรให้ท้องถิ่น   2)  ภารกิจด้าน
กษตรกรรม
3)  สวัสดิการสังคม       4)  การสาธารณสุข
            3.  การถ่ายโอนอำนาจทางการเงิน  :  ประมวล
กฎหมายนี้ได้กำหนดสัดส่วนภาษีดังนี้    1)  ส่วนกลางได้
ส่วนแบ่งภาษี 60%     2)  ส่วนท้องถิ่นได้ส่วนแบ่ง
ภาษี  40%       3)  แหล่งรายได้ของท้องถิ่น
      
        อำนาจของประชาชนกับการบริหารงานของท้อง
ถิ่น  
            1)  อำนาจในการถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่น  
            2)  การเข้าเป็นคณะกรรมการในหน่วยงานของ
ท้องถิ่น

        ปัญหาที่พบจากการปฏิบัติประมวลกฎหมาย
ปกครองท้องถิ่นฉบับปัจจุบัน
            1.  ความต้องการรักษาอำนาจของส่วนกลาง
                 1.1  ส่วนกลางต้องการบั่นทอนอำนาจและ
ส่วนแบ่งภาษีของท้องถิ่น
                 1.2  การกำหนดภารกิจในท้องถิ่นทำโดย
ปราศจากงบประมาณดำเนินการ
                 1.3  การพัฒนาที่เริ่มจากส่วนกลางสู่ส่วน
กลาง  หรือจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น
                 1.4  ความต้องการรักษาอำนาจ
ของกระทรวงในส่วนกลาง
            2.  การตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจ
สอบ  (Commissino  on  Audit, COA)

        กลไกการตรวจสอบการทำงานของท้องถิ่น  มี  6  
กลไก  คือ 
                 1)  การกำกับการทำงานโดยส่วนกลาง
                 2)  การกำกับโดยการปฏิบัติตามกฎหมาย
                 3)  กำกับโดยคณะกรรมการตรวจสอบ 
(COA)
                 4)  ตรวจสอบจากประชาชน
                 5)  ตรวจสอบโดย Ombudsman
                 6)  ตรวจสอบโดยสื่อมวลชน

        ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการกระจายอำนาจใน
ประเทศฟิลิปปินส์   คือ   1)  การมีประมวลกฎหมาย
ปกครอง
ท้องถิ่น   2)  การสนับสนุนจากฝ่ายการเมือง   3)  การ
สนับสนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น    4) การสนับ
สนุน
จากพันธมิตรอื่น  เช่น  สื่อมวลชน




ชื่อเอกสาร :การปกครองท้องถิ่นประเทศฟิลิปปินส์:ppa217.pdf
Website :สำนักวิทยบริการ
แหล่งที่มา :ผศ.สมพิศ    สุขแสน
สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์  


กลับไปหน้าจอสืบค้น