จริยธรรม คุณธรรมของครูพลศึกษาในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ

ผู้ทำการวิจัย  นางสาวเย็นฤดี วงศ์พุฒ และคณะ 
ตำแหน่ง ฝ่ายแผนงานและติดตามผล
สถานที่ทำงาน สำนักงานเลขานุการกรม กรมพลศึกษา เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 

ทำการวิจัยเมื่อ

ตุลาคม 2526 - กันยายน 2527 เป็นผลงานวิจัยของฝ่ายแผนงานและ ติดตามผล สำนักงานเลขานุการกรม กรมพลศึกษา

ความเป็นมา

จริยธรรมและศีลธรรมนั้นนับว่าเป็นปัจจัยทางสังคมที่สำคัญประการหนึ่ง ที่จะทำให้ การพัฒนาคุณภาพประชากรและสังคมอยู่กันอย่างมีความสงบสุขเรียบร้อยไม่มีปัญหา ไม่มีความวุ่นวาย หากบุคคลในสังคมขาดจริยธรรมแล้ว สังคมย่อมวุ่นวายขาดความ สงบสุข เต็มไปด้วยปัญหานานาประการ

ครู อาจารย์ ในสถานศึกษา นับว่ามีบทบาทอย่างสำคัญต่อการพัฒนาจริยธรรม คุณธรรมของเยาวชนในฐานะแม่พิมพ์ พ่อพิมพ์ ของชาติ และได้รับการยกย่อง ให้เป็น “ปูชนียบุคคล” แต่ในปัจจุบัน ภาพพจน์ของครู อาจารย์ในฐานะปูชนียบุคคลได้ถูก แรงกระทบของสภาวะแวดล้อมสังคม แปรเปลี่ยนเป็น “คุณครูรับจ้าง” เพียงเพื่อถ่าย ทอดวิชาการ ความรู้ ครูพลศึกษาก็ได้รับผลกระทบจากสังคมในลักษณะเดียวกันและ กระทรสวงศึกษาธิการได้ออกหนังสือฉบับที่ ศธ 0201/375 ลงวันที่ 5 มกราคม 2527 เพื่อขอความร่วมมือจากบรรดาข้าราชการ ครูอาจารย์ ให้พึงระวังในกากรประพฤติตน เพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดีโดยการแต่งกายให้เหมาะสมและสุภาพเรียบร้อย ปฏิบัติตาม ระเบียบวินัยของครู และของข้าราชการาหรือหน่วยงานที่ตนสังกัดอย่างเคร่งครัด รวม ทั้งจะต้องประพฤติและวางตนให้เหมาะสมทั้งในสำนักงาน สถานศึกษา และใน สาธารณ ตลอดจนสังคมทั่วไป เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่นักเรียน นักศึกษา และได้รับ การยกย่อง เคารพนับถือ จากผู้ปกครองนักเรียนตลอดจนประชาชนทั่วไป รวมทั้งต้อง ช่วยกันเสริมสร้าง อบรม นักเรียน นักศึกษา ให้เป็นผู้มีระเบียบวินัย มีคุณธรรม มีความ รับผิดชอบต่อหน้าที่ ต่อสังคม การที่กระทรวงศึกษาธิการได้ออกหนังสือดังกล่าว เนื่องจากทางกระทารวงมักจะได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองนักเรียน และ ประชาชนทั่วไปอยู่เสมอ ๆ ทั้งโดยทางหนังสือและบอกกล่าวด้วยวาจา เกี่ยวกับ การประพฤติตนของข้าราชการ ครู อาจารย์บางคน ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการว่า ประพฤติปฏิบัติตนไม่เหมาะสมหลายอย่างหลายประการ อาทิเช่น เรื่องการแต่งกาย การมั่วสุมเล่นการพนัน การสูบบุหรี่การเมาสุราในร้านอาหาร หรือตามสโมสร ส่ง เสียงรบกวนก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนในย่านชุมชน ฯลฯ เป็นที่ วิพากษ์วิจารน์กันอย่างกว้างขวางในหมู่ประชาชนที่พบเห็นว่าเป็นการกระทำหรือ ประพฤติปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมกับการเป็นครู อาจารย์ หรือข้าราชการกระทรวง ศึกษาธิการ อันทำให้ได้รับการดูหมิ่นดูแคลนและหมดความเลื่อมใสศรัทธาจาก ผู้ปกครองนักเรียนประชาชนทั่วไป ตลอดจนข้าราชการอื่น ๆ และครู อาจารย์ พลศึกษาก็จัดว่าเป็นกลุ่มครู กลุ่มหนึ่งที่ได้เกิดเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ดังกล่าวด้วย

ดังนั้น การที่จะได้ศึกษาวิจัยในลักษณะการประเมินจริยธรรม คุณธรรม และการ ปฏิบัติงานของครูพลศึกษาจากอาจารย์ ครู นักเรียน และผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับครู พลศึกษานับเป็นสิ่งสำคัญที่กรมพลศึกษาที่รับผิดชอบในการส่งเสริมและผลิตบุคลากร ทางด้านนี้ จะได้รับทราบและหาทางแก้ไข, ปรับปรุง จริยธรรม คุณธรรม ให้แก่นัก ศึกษาวิทยาลัยพลศึกษาอย่างเป็นระบบต่อต่อไป

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1. เพื่อประเมินจริยธรรม คุณธรรม ของครูพลศึกษาจากฝ่ายบริหาร ครู เจ้าหน้าที่ อื่น ๆ และจากนักเรียน

2. เพื่อประเมินการปฏิบัติงานของครูพลศึกษา ภายในสถานศึกษา จากฝ่ายผู้บริหาร ครู เจ้าหน้าที่อื่น ๆ และจากนักเรียน

3. เพื่อทราบถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

วิธีดำเนินการ

กลุ่มตัวอย่าง

1. ผู้บริหารโรงเรียนจากโรงเรียนมัธยมศึกษาต่าง ๆ ทั่วประเทศจำนวน 390 คน

2. ครูซึ่งทำหน้าที่สอนประจำยกเว้นครูพลศึกษา จำนวน 780 คน

3. เจ้าหน้าที่อื่น ๆ จำนวน 390 คน

4. นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 (ภาคปกติ) จำนวน 936 คน

รวมทั้งหมด 2,496 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มวิธี STRATIFIED RANDOM SAMPLING

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

ใช้แบบสอบถาม มี 4 ชุด คือ ชุดสำหรับผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา, ครูหรืออาจารย์, เจ้าหน้าที่ และนักเรียน

วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล

คณะผู้วิจัยได้ออกเก็บรวบรวมข้อมูลในโรงเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง

วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล

ใช้สถิติร้อยละ, ไคสแควร์, ANALYSIS OF VARIANCE

สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ

สรุปผลการวิจัย

กลุ่มประชากรตัวอย่างทั้ง 4 กลุ่ม ส่วนใหญ่เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิงเล็กน้อย อายุ มีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับกลุ่มประชากร การศึกษาส่วนใหญ่จบปริญญาตรี (ยกเว้น นักเรียน) ขนาดของโรงเรียนส่วนใหญ่มีขนาดใหญ่ (มีนักเรียนมากกว่า 2,499 คน) ระยะเวลาที่ปฏิบัติงานอยู่ในโรงเรียนส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 1-8 ปี ส่วนครูพลศึกษาส่วน มากจบการศึกษาระดับปริญญาตรีและกลุ่มประชากรตัวอย่างมีความสัมพันธ์กับครู พลศึกษาอยู่ในระดับดี

ผลการประเมินจริยธรรม คุณธรรม ของครูพลศึกษาจากกลุ่มประชากรตัวอย่างพบว่า คะแนนจริยธรรมฯ ของครูพลศึกษาส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างดี (คะแนนมากกว่า 3 แต่ไม่ถึง 4) คือผู้บริหาร ให้คะแนนเฉลี่ย 3.40 ครูให้คะแนนเฉลี่ย 3.42 เจ้าหน้าที่ให้คะแนนเฉลี่ย 3.44 และนักเรียนให้คะแนนเฉลี่ย 3.76 การศึกษา ความสัมพันธ์ (CHI-SQUARE) ระหว่างตัวแปรอิสระต่าง ๆ เช่น เพศ อายุ สถานภาพ สมรส ฯลฯ พบว่ามีเพียงเพศของกลุ่มครูเท่านั้นที่มีความสัมพันธ์ที่ระดับนัยสำคัญ ทางสถิติ .01 และทดสอบค่าความแปรปรวน (ANOVA) ของคะแนนประเมิน จริยธรรม คุณธรรมของครูพลศึกษากับตัวแปรอิสระต่าง ๆ พบว่า ตัวแปรเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มประชากรตัวอย่างกับครูพลศึกษาเท่านั้น ที่มีความสัมพันธ์ กับคะแนนประเมินที่ระดับนับสำคัญทางสถิติ .01

จากสมมติฐานการวิจัย พบว่า ผลการวิจัยสอดคล้องกับสมมติฐานข้อ 1 ที่ระดับ นัยสำคัญทางสถิติ .01 คือ ผู้บริหาร ครู และเจ้าหน้าที่จะประเมินจริยธรรม คุณธรรม ของครูพลศึกษาในระดับที่ไม่แตกต่างกัน แต่ไม่สอดคล้องกับสมมติฐานข้อที่ 2 และ 3 ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .01 คือ นักเรียน ครู จะประเมินผลจริยธรรมฯ ในระดับ ที่ไม่แตกต่างกัน และผู้บริหาร ครู จะประเมินผลจริยธรรมฯ ในระดับปานกลางค่อน ข้างดี

ข้อเสนอแนะ

การศึกษาวิจัยครั้งนี้ เป็นเพียงการประเมิน จริยธรรม คุณธรรม ของครูพลศึกษาใน โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา และพบว่าครูพลศึกษา มีจริยธรรม คุณธรรมฯ ในระดับ ปานกลางค่อนข้างดี ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กรมสามัญศึกษา หรือสถาบันที่ทำ หน้าที่ผลิตครูพลศึกษาสมควรที่จะหามาตรการปรับปรุงครูพลศึกษาให้มีจริยธรรม คุณธรรมสูงขึ้น สมกับภาระหน้าที่แม่พิมพ์ของวชาติ เช่น ปรับปรุงหลักสูตร (สมควร ที่จะได้เพิ่มวิชาครู) ปรับปรุงวิธีการคัดเลือกและปรับปรุงระบบการบริหารบุคคลเป็น ต้น

ส่วนการวิจัยครั่งต่อไป ผู้วิจัยน่าจะได้พิจารณา

1. ควรประเมินจริยธรรม คุณธรรมของครูพลศึกษาในระดับอื่น เช่น ระดับประถม ศึกษา ระดับวิทยาลัย เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับระดับมัธยมศึกษา

2. ควรประเมินจริยธรรม คุณธรรมของครูในสาขาอื่น ๆ เพื่อจะได้นำมาเปรียบเทียบ กับครูพลศึกษา

3. ควรจะได้ศึกษาในรายละเอียดลงไป เฉพาะหน่วยงานที่มีปัญหาจริง ๆ

4. ควรจะได้ศึกษาวิเคราะห์หลักสูตร การผลิตครู ของทุกสถาบัน