การศึกษาบรรยากาศองค์กรของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่สังกัด กรุงเทพมหานคร

ผู้ทำการวิจัย  นางสาวพัชรี ศรีจันทร์งาม 

ระยะเวลาในการวิจัย

ตุลาคม 2537 - เมษายน 2538

ประเภทของงานวิจัย

ส่วนบุคคล

ความเป็นมา

จากสภาพความเป็นมา โครงสร้างการบริหาร นโยบายทางด้านการศึกษาและ สภาพแวดล้อมภายนอกของกรุงเทพมหานครมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันจาก หน่วยงานทางการศึกษาอื่น ๆ และย่อมมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมภายใน องค์กรการหรือบรรยากาศองค์การอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่ ทำการศึกษาวิจัย เพื่อบรรยากาศองค์การ ของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่ สังกัดกรุงเทพมหานครมีนักเรียน 801 คนขึ้นไป มีจำนวน 104 โรงเรียนและ โรงเรียนขนาดใหญ่ เป็นโรงเรียนที่มีความพร้อมตามเกณฑ์ของกรุงเทพมหานคร โดยผู้มีบริหาร ผู้ช่วยบริหาร จำนวน 2-4 คน จำนวครูและงบประมาณครูตาม เกณฑ์ ผู้วิจัยคัดเลือกเฉพาะโรงเรียนขนาดใหญ่มาทำการศึกษา เนื่องจากการ ศึกษาโรงเรียนที่มีความพร้อมสมบูรณ์จะทำให้ได้ภาพรวมของบรรยากาศ องค์การที่มีความชัดเจน ประกอบกับยังไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดทำการวิจัยเกี่ยวกับ บรรยากาศองค์การของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่ สังกัดกรุงเทพมหานคร มาก่อนผู้วิจัยในฐานะที่มีความเกี่ยวข้อง จึงมีความสนใจและจ้องการที่จะศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารการศึกษาในระดับประถมศึกษาของกรุงเทพ มหานครต่อไป โดยการวิจัยยึดกรอบแนวคิดในการศึกษาบรรยากาศองค์การจาก รูปแบบการเป็นผู้นำ จากทฤษฎี 4 ระบบของ Rensis Likert ศึกษาตัวแปร ให้ด้าน ภาวะผู้นำ การจุ.ใจ การติดต่อสื่อสาร การปฏิสัมพันธ์ การตัดสินใจ การกำหนด เป้าหมายและสั่งการ การควบคุมการปฏิบัติงาน การกำหนดมาตรฐาน การปฏิบัติ งานและการฝึกอบรม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารการศึกษาในการตรวจสอบ บรรยากาศองค์การในโรงเรียนของตนเอง และนำไปใช้เป็นแนวทางในการตรวจ สอบบรรยากาศองค์การในโรงเรียนของตนเอง และนำไปใช้เป็นแนวทางในการ พัฒนาและปรับปรุงบรรยากาศในโรงเรียนให้เอื้อต่อการดำเนินงาน ส่งผลให้เกิด การพัฒนาและก่อให้เกิดประสิทธิผลได้อย่างมาก

วัตถุประสงค์

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบรรยากาศองค์การในโรงเรียนประถมศึกษา ขนาดใหญ่ สังกัดกรุงเทพมหานคร

วิธีการดำเนินการวิจัย

การวิจัยนำ ทฤษฎี 4 ระบบ ของ Rensis Likert มาทำการศึกษาบรรยากาศองค์การ โดยศึกษาตัวแปร 8 ตัวแปร คือ

1. กระบวนการภาวะผู้นำ

2. พลังทางการจูงใจ

3. กระบวนการติดต่อสื่อสาร

4. กระบวนการอิทธิพลและปฏิสัมพันธ์

5. กระบวนการตัดสินใจ

6. การกำหนดวัตถุประสงค์หน่วยงานและการสั่งการ

7. กระบวนการควบคุมการปฏิบัติงาน

8. การปฏิบัติงานเพื่อให้บรรลุวัตถุปรสงค์และการฝึกอบรม

จากตัวแปรดังกล่าวได้แบ่งบรรยากาศองค์การ ตามลักษณะของผู้นำในองค์การ เป็น 4 แบบคือ

แบบที่ 1 แบบเผด็จการ (Expletive Authoritative))

แบบที่ 2 แบบเผด็จการแบบมีศิลป์ (Benevolent Authoritative)

แบบที่ 3 แบบปรึกษาหารือ (Consultative)

แบบที่ 4 แบบการมีส่วนร่วม (Participate Group)

การเก็บรวบรวมข้อมูล

ผู้วิจัยได้ส่งแบบสอบถามพร้อมหนังสือนำและคำชี้แจงการตอบแบบสอบถามให้ โรงเรียนกลุ่มตัวอย่างทางไปรษณีย์ และเมื่อตอบแบบสอบถามเสร็จแล้วให้ส่งคืน กลับไปยังผู้วิจัยทางไปรษณีย์ตามสถานที่ที่ปรากฏบนหน้าซองเอกสารที่แนบไป พร้อมกับแบบสอบถาม จำนวน 56 โรงเรียน ตามระยะเวลาที่กำหนด ส่วนอีก 24 โรงเรียนให้เก็บรวบรวมไว้ที่ฝ่ายธุรการของโรงเรียนและผู้วิจัยไปติดต่อของรับ คืนด้วยตนเอง

ผู้วิจัยได้ส่งแบบอสบถามไปจำนวนทั้งสิ้น 354 ฉบับ และได้รับคืนมาจำนวน 296 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 83.61 เป็นแบบสอบถามที่สมบูรณ์ใช้ในการวิจัยได้ จำนวน 293 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 82.77

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

ประชากร ได้แก่ โรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่ สังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 99 โรงเรียนเป็นประชากรในการวิจัย

กลุ่มตัวอย่างประชากรได้แก่โรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่ สังกัดกรุงเทพ มหานคร โดยการสุ่มตัวอย่างตามตารางของ Rober V.Krejcie และ Dalye W. Morgan จำนวน 80 โรงเรียน ผู้ตอบแบบสอบถามได้แก่

ครูผู้ปฏิบัติงานในโรงเรียน จำนวน 4,630 คน สุ่มตัวอย่างมาวิจัยเป็นกลุ่มตัวอย่าง มีการตอบแบบสอบถาม จำนวนทั้งสิ้น 354 คน

การวิเคราะห์ข้อมูล

การวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้ ได้แก่

1. การแจกแจงความถี่และค่าร้อยละ

2. ค่าเฉลี่ย

สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ

ผลการวิจัยพบว่า

1. บรรยากาศองค์การของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่ สังกัดกรุงเทพ มหานคร ตามลักษณะของตัวแปรที่ก่อให้เกิดบรรยากาศองค์การทั้ง 8 ด้าน คือ กระบวนการด้านภาวะผู้นำพลังทางการจูงใจ กระบวนการติดต่อสื่อสาร กระบวนการอิทธิพล-ปฏิสัมพันธ์ กระบวนการตัดสินใจการกำหนดวัตถุประสงค์ ของหน่วยงานและการสั่งการ กระบวนการควบคุมการปฏิบัติงาน การปฏิบัติงาน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และการฝึกอบรม เป็นแบบปรึกษาหารือ (Consultative)

2. บรรยากาศองค์การของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่ สังกัดกรุงเทพ มหานคร พิจารณาเป็นรายโรงเรียน โดยส่วนรวมมีบรรยากาศองค์การแบบ ปรึกษาหารือ (Consultative) และแบบเผด็จการแบบมีศิลป์ (Benevolent authoritative)

ข้อเสนอแนะ

1. ควรมีการวิจัยบรรยากาศองค์การของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพ มหานครครั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก เพื่อศึกษาว่าขนาดของ โรงเรียนผลต่อบรรยากาศองค์การหรือไม่ รวมทั้งศึกษาสภาพแลความแตกต่าง ของบรรยากาศองค์การของโรงเรียนแต่ละขนาดด้วย

2. ควรมีการวิจัยบรรยากาศองค์การของโรงเรียนเกี่ยวกับตัวแปรอื่น ๆ ตัวอย่าง เช่นองค์ประกอบ โครงสร้าง ความขัดแย้ง การสนับสนุน ขวัญกำลังใจ เพื่อให้ ทราบว่าตัวแปรใดมีผลต่อบรรยากาศองค์การ

3. ควรมีการวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหง่างพฤติกรรมผู้นำกับบรรยากาศ องค์การของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร