การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสนใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของ 
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยการใช้กับไม่ใช้หนังสือการ์ตูนประกอบ
การเรียน ในการสอนตามคู่มือครูของ สสวท.
ผู้ทำการวิจัย
นางสาวเกษมา จงสูงเนิน 
อาจารย์ 2 โรงเรียนบุญวัฒนา อำเภอเมือง  
จังหวัดนครราชสีมา 
ทำการวิจัยเมื่อ พฤศจิกายน 2532-กรกฎาคม 2533 เป็นวิทยานิพนธ์ระดับ
ปริญญาโทเพื่อเสนอต่อ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

ความเป็นมาของการวิจัย

การเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นยังไม่ประสบผล
สำเร็จเท่าที่ควร ดังจะเห็นได้จากผลงานวิจัยของหน่วยศึกษานิเทศก์ กรมสามัญ
ศึกษา ในปี พ.ศ. 2525 ซึ่งพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนัก
เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษาทั่วประเทศอยู่ใน
ระดับต่ำ โดยได้คะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบมาตรฐานสำหรับทดสอบ
ทางการศึกษาของกรมวิชาการเพียง 9.94 คะแนน จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน ซึ่ง
ข้อค้นพบดังกล่าว ชี้ให้เห็นข้อบกพร่องในกระบวนการจัดการเรียนการสอน

การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนควรอยู่ในความสนใจของนักเรียน ซึ่งสิ่งหนึ่งที่
ในความสนใจของนักเรียนวัย 11-14 ปี คือ การ์ตูน และหนังสือการ์ตูนเป็นหนังสือ
ที่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชอบอ่านถึงร้อยละ 94.91 (กรมวิชาการ กระทรวง-
ศึกษาธิการ. 2520 : 35) ทั้งนี้ได้มีผลการวิจัยของนักการศึกษาหลายคนสรุปตรงกัน
ว่าแบบเรียนที่ผลิตในรูปของการ์ตูนช่วยให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง
กว่าแบบเรียนธรรมดา (สุรางรัตน์ ณ พัทลุง. 2521 : 37-38 ; มนตรี แย้มกสิกร.
2523 : 56-165 ; ประเสริฐ มาสุปรีดิ์. 2522 : 30-32) นั่นแสดงว่าการใช้หนังสือ
การ์ตูนประกอบบทเรียนในการเรียนการสอนวิชา คณิตศาสตร์น่าจะทำให้ผล
สัมฤทธิ์ทางการเรียน และความสนใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนสูง
ขึ้น

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่เรียนด้วย
การใช้กับไม่ใช้หนังสือการ์ตูนประกอบบทเรียน ในการสอนตามคู่มือครูของ
สสวท.

2. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่เรียนด้วย
การใช้กับไม่ใช้หนังสือการ์ตูนประกอบบทเรียน ในการสอนตามคู่มือครูของนัก-
เรียนของ สสวท. จำแนกตามระดับความสามารถ

3. เพื่อศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างการสอนกับระดับความสามารถของนักเรียนที่มี
ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์

4. เพื่อศึกษาความสนใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่เรียนด้วยการใช้
กับไม่ใช้หนังสือการ์ตูนประกอบบทเรียน ในการสอนตามคู่มือครูของ สสวท.

5. เพื่อศึกษาความสนใจการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่เรียนด้วยการใช้กับ
ไม่ใช้หนังสือการ์ตูนประกอบบทเรียน ในการสอนตามคู่มือครูของ สสวท. จำแนก
ตามระดับความสามารถ

6. เพื่อศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างการสอนกับระดับความสามารถของนักเรียนที่
มีต่อความสนใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์

วิธีดำเนินการวิจัย

กลุ่มตัวอย่าง

เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบุญวัฒนา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ใน
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2532 จำนวน 90 คน เป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม
กลุ่มละ 45 คน แบ่งนักเรียนแต่ละกลุ่มตามระดับความสามารถสูง ปานกลาง และ
ต่ำ โดยใช้เทคนิค 33 เปอร์เซ็นต์ ของเคอร์ตัน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

1. แผนการสอนตามคู่มือครูของ สสวท.

2. หนังสือการ์ตูนประกอบบทเรียน เรื่อง การนำเสนอข้อมูล

3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การนำเสนอ
ข้อมูล

4. แบบสอบถามวัดความสนใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์แบบแผนที่ใช้ในการ
ศึกษาค้นคว้า

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองแบบ 3 X 2 Factorial Design

วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล

1. ผู้วิจัยดำเนินการสอนทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม โดยกำหนดให้

1.1 กลุ่มทดลอง สอนโดยการใช้หนังสือการ์ตูนประกอบบทเรียน ในการสอน
ตามคู่มือครูของ สสวท.

1.2 กลุ่มควบคุม สอนโดยการไม่ใช้หนังสือการ์ตูนประกอบบทเรียน ในการ
สอนตามคู่มือครูของ สสวท.

2. ทดสอบหลังเรียน (Posttest) ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา
คณิตศาสตร์ เรื่อง การนำเสนอข้อมูล และแบบสอบถามวัดความสนใจในการเรียน
วิชาคณิตศาสตร์

วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล

1. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การนำเสนอข้อมูล
และความสนใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่เรียนด้วยวิธีต่างกัน และ
นักเรียนที่มีระดับความสามารถต่างกัน โดยการวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทิศ
ทาง (Two-ways Analysis of Variance) แบบ Several observation per cell

2. ถ้าพบความแตกต่างระหว่างกลุ่มตัวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผู้วิจัยจะทดสอบ
ความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยเป็นรายคู่ โดยวิธี Scheffe's test

สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ

สรุปผลการวิจัย

1. นักเรียนที่เรียนด้วยการใช้กับไม่ใช้หนังสือการ์ตูนประกอบบทเรียนในการสอน
ตามคู่มือครูของ สสวท. มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ แตกต่างกัน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยนักเรียนที่เรียนด้วยการใช้หนังสือ
การ์ตูนประกอบบทเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่า

2. นักเรียนที่มีระดับความสามารถต่างกัน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา
คณิตศาสตร์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยนักเรียนกลุ่มที่มี
ระดับความสามารถสูงและปานกลางมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์สูง
กว่านักเรียนกลุ่มที่มีระดับความสามารถต่ำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
ส่วนนักเรียนกลุ่มที่มีระดับความสามารถสูงมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา
คณิตศาสตร์สูงกว่านักเรียนกลุ่มที่มีระดับความสามารถปานกลางอย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถิติที่ระดับ .05

3. การเรียนด้วยการใช้กับไม่ใช้หนังสือการ์ตูนประกอบบทเรียนในการสอนตาม
คู่มือครูของ สสวท. กับระดับความสามารถสูง ปานกลาง และต่ำ ไม่มีปฏิสัมพันธ์
กันต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
.05 แสดงว่า การใช้กับไม่ใช้การ์ตูนประกอบบทเรียน ในการสอนตามคู่มือครูของ
สสวท. กับระดับความสามารถสูง ปานกลาง และ ต่ำ ไม่มีผลร่วมกันที่จะทำให้
นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์แตกต่างกัน

4. นักเรียนที่เรียนด้วยการใช้กับไม่ใช้หนังสือ การ์ตูน ประกอบบทเรียนในการ
สอนตามคู่มือครูของ สสวท. มีความสนใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์แตกต่างกัน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยนักเรียนที่เรียนด้วยการใช้หนังสือ
การ์ตูนประกอบบทเรียนมีความสนใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์สูงกว่า

5. นักเรียนที่มีระดับความสามารถต่างกัน มีความสนใจในการเรียนวิชาคณิต
ศาสตร์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 01 โดยนักเรียนกลุ่มที่มีระดับ
ความสามารถสูงมีความสนใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์สูงกว่านักเรียนกลุ่มที่มี
ระดับความสามารถต่ำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นักเรียนกลุ่มที่มีระดับ
ความสามารถสูงมีความสนใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์สูงกว่านักเรียนกลุ่มที่มี
ระดับความสามารถปานกลางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักเรียน
กลุ่มที่มีระดับความสามารถปานกลางมีความสนใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์สูง
กว่านักเรียนกลุ่มที่มีระดับความสามารถต่ำอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

6. การเรียนด้วยการใช้กับไม่ใช้หนังสือการ์ตูนประกอบบทเรียนในการสอนตาม
คู่มือครูของ สสวท. กับระดับความสามารถสูง ปานกลาง และต่ำ ไม่มีปฏิสัมพันธ์
กันต่อความสนใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
แสดงว่า การเรียนด้วยการใช้กับไม่ใช้หนังสือการ์ตูนประกอบการเรียน ในการ
สอนตามคู่มือครูของ สสวท. กับระดับความสามารถสูง ปานกลาง และต่ำ ไม่มีผล
ร่วมกันที่จะทำให้นักเรียนมีความสนใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์แตกต่างกัน

ข้อเสนอแนะทั่วไป

1. หนังสือการ์ตูนประกอบบทเรียนสามารถนำไปใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนวิชา
คณิตศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อาจมีปัญหาและอุปสรรคในการผลิต
หนังสือ ดังกล่าว ได้แก่ ครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ไม่มีความสามารถด้านการเขียน
การ์ตูน และนักเขียนการ์ตูนขาดข้อมูลด้านการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ ดังนั้น
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสื่อการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์หรือหมวด
วิชาคณิตศาสตร์ จึงควรสนับสนุนให้ครูคณิตศาสตร์ และนักเขียนการ์ตูนได้ร่วม
กันผลิตหนังสือการ์ตูนประกอบบทเรียนในวิชาคณิตศาสตร์ให้แพร่หลายและใชั
กับนักเรียนในระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาตอนต้นโดยทั่วไป

2. ควรผลิตหนังสือการ์ตูนประกอบบทเรียนวิชาคณิตศาสตร์ในเนื้อหาอื่น ๆ เพื่อ
ไว้สำหรับใช้ในการสอนซ่อมเสริมนักเรียน หรือไว้ให้นักเรียนใช้ศึกษาด้วยตนเอง

ข้อเสนอแนะเพื่อการศึกษาค้นคว้าครั้งต่อไป

1. ควรมีการศึกษาค้นคว้าด้วยการใช้หนังสือการ์ตูนประกอบบทเรียนในการสอน
โดยทำการทดลองกับเนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์เรื่องอื่น ๆ

2. ควรมีการศึกษาค้นคว้าด้านความรับผิดชอบของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชา
คณิตศาสตร์ โดยใช้หนังสือการ์ตูนประกอบบทเรียน

3. ควรมีการศึกษาค้นคว้าด้านความคงทนในการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ของ
นักเรียนที่เรียนด้วยการใช้หนังสือการ์ตูนประกอบบทเรียน