S292  3806015 

การสร้างชุดการสอนสำหรับครูกลุ่มการงานและพื้นฐานอาชีพที่เน้นภูมิปัญญาท้องถิ่น

The Construction of Teacher's Instructional Packages in Work Experience and Vocational Foundation Group Emphasizing Local Wisdom

ผู้ทำการวิจัย  นางสาวเพ็ญศรี สงึมรัมย์ 
ตำแหน่ง อาจารย์ 1 ระดับ 4
สถานที่ทำงาน โรงเรียนบ้านท่าลี่ ตำบลเมืองพลับพลา จ.นครราชสีมา 30240 

ระยะเวลาในการวิจัย

มีนาคม 2536 - ตุลาคม 2536

ประเภทของงานวิจัย

วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ความเป็นมา

ในปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา มีการใช้วิทยาการสมัย ใหม่ และเน้น หนักไปทางความรู้วัฒนธรรมทางตะวันตก จึงทำให้การศึกษาต้อง พัฒนาให้ทันต่อเหตุการณ์ สำนักงาน คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติเปิด โอกาสให้นักวิชาการ นักการศึกษา ตลอดจนบุคคลในกลุ่ม วิชาชีพต่าง ๆ เสนอความ คิดเห็นต่อการศึกษา ซึ่งพบว่า แนวความคิดเพื่อถ่ายอดองค์ความรู้ท้องถิ่น ภูมิปัญญา ท้องถิ่น เป็นประเด็นหนึ่งที่ได้รับการเสนอมีจุดประสงค์เพื่อถ่ายทอดภูมิปัญญาท้อง ถิ่น เป็นการ จัดการศึกษาที่มุ่งให้ผู้เรียน รู้จักตนเอง รู้จักชุมชนที่ตนอาศัย มีความรู้สึก ผูกพันกับท้องถิ่นของตน ทั้งนี้ เพื่อจะให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองและพัมนาชุมชน ให้ก้าวหน้าไปในทิศทางที่พึ่งประสงค์ ซึ่งแนวคิด การจัดการศึกษา ดังกล่าวจะทำได้ โดย เปิดโอกาสให้ท้องถิ่นหรือผู้รู้ในท้องถิ่นนั้น ๆ ร่วมกำหนดหลัก สูตร ร่วมกันทำ การถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สถานศึกษาและผู้เรียนในท้องถิ่น โรงเรียนประถม ศึกษาในฐานะที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับหมู่บ้านและชุมชนมากที่สุด จึงมีความจำ เป็นอย่างยิ่งที่ต้องดำเนิน งานการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพชุมชนแต่ละท้อง ถิ่น เปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมใน การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น

ในการสร้างชุดการสอนนี้จะเน้นถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นเรื่องกาทำเส้นหมี่โคราช และเรื่องการ สานข้อง ภูมิปัญญาท้องถิ่นทั้งสองเรื่องนี้เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของ จังหวัดนครราชสีมา ควรที่จะได้รับ การอนุรักษ์ไว้ ทั้งยังให้ผู้เรียนเห็นคุณค่า ตระหนักถึงการจรรโลง การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและขนบ ธรรมเนียมประเพณี ของท้องถิ่น

แนวคิดและทฤษฎีที่ใช้ในการวิจัย

เอกสารเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น

ทฤษฎีเกี่ยวกับชุดการสอน

- ภูมิปัญญาท้องถิ่นหมายถึง ความรอบรู้ของชาวบ้านที่มีมา โดยใช้เวลานานใน การสะสม ความรู้ ซึ่งบางครั้งได้มาทั้งทางตรงและทางอ้อม หรือเป็นสิ่งที่สังเคราะห์ ขึ้นมาใหม่จากประสบการณ์ เดิมของตัวเอง ทั้งที่มีลักษณะเป็นรูปธรรมและนามธรรม และผู้ที่เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้เรียกว่า ปราชญ์- ชาวบ้าน

- บทบาทของโรงเรียนประถมศึกษากับการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น

โรงเรียนประถมศึกษา ในที่นี้จะหมายถึง เฉพาะโรงเรียนประถมศึกษาที่สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ จะเป็นเฉพาะโรงเรียนประถม ศึกษาที่ตั้งอยู่ในเขตชนบทหมู่บ้านต่าง ๆ มากกกว่าที่จะเป็นโรงเรียนประถมศึกษาซึ่ง ตั้งอยู่ในเขตเมือง

ดังนั้นจะเห็นว่า โรงเรียนประถมศึกษาที่บทบาทที่สำรัญที่จะช่วยเชื่อมต่อความรู้ หรือภูมิปัญญา ที่มีอยู่ในท้องถิ่นกับความรู้ที่อยู่ภายนอกสังคม หมู่บ้านซึ่งกำหนดไว้ ในหลักสูตรที่มีมาจากส่วนกลาง บทบาทนี้ภาระหนักคงจะต้องตกกับครูที่จะทำหน้าที่ ประสานต่อดึงภูมิปัญญาเข้ามาในระบบการศึกษาภายใน โรงเรียนที่นับวันจะแปลก แยกโดดเดี่ยวตนเอง ออกจากชุมชนหมู่บ้านทุกขณะ ให้ความรู้ที่เป็นภูมิปัญญา ดัง กล่าวถูกดูดซับปรับเปลี่ยนไว้กับนักเรียน ซึ่งก็เป็นสมาชิกของหมู่บ้านชุมชนท้องถิ่น นั้น ๆ ให้พวกเขา เรียนรู้สิ่งที่ดีมีคุณค่าในหมู่บ้านตนเองกับเรียนรู้สิ่งที่อยู่ภายนอก ซึ่งเขาจะต้องเติบโตเผชิญในวันหน้า การตัดสินใจแบบแผนวิถีชีวิตของเขาจะได้ อาศัยฐานความรู้ของบรรพบุรุษ ปู่-ย่า ตา-ยาย แล้วต่อเติม ส่วนยอดด้วยความรู้ที่ เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในช่วงระยะหนึ่ง ๆ ของสังคม ทุกวันนี้บทบาทของครู ประถมศึกษาคงไม่ใช่การต่อต้านสภาพสังคมนอกหมู่บ้านและคงไม่ใช่การหลงใหล ติดยึดกับอดีตของหมู่- บ้าน บทบาทของครูประถมศึกษาในวันนี้คือ ผู้กลั่นกรองเลือก สรรประสานสิ่งที่ดีของหมู่บ้านเข้ากับสิ่งที่ ยังไม่อาจจะบอกได้ว่าดีหรือไม่ดีที่หลั่ง ไหลเข้าสู่หมู่บ้านทุกวันนี้ ภาระของครูประถมศึกษาคงไม่ใช่การ สอนหนังสือที่ กำหนดจากส่วนกลาง ทั้งนี้เพื่อให้จัดอันดับคุณภาพของโรงเรียนอยู่ในอันดับต้น ๆ ของ อำเภอ จังหวัดและประเทศ แต่เมื่อเด็กจบออกจากโรงเรียนแล้วก็มุ่งสู่กรุงเทพฯ เช่นทุกวันนี้ บทบาท ของครูประถพมศึกษาวันนี้ คือ การช่วยให้หมู่บ้านชุมชนอยู่รอด ให้เด็กที่ผ่านชีวิตในโรงเรียนไปสร้างสืบ ต่อพัฒนาท้องถิ่นชุมชนตน

ทฤษฎีและแนวคิดเกี่ยวกับชุดการสอน

- ชุดการสอน หมายถึง ชุดของสื่อประสมที่ได้จัดเตรียมไว้อย่างเป็นระบบสอด คล้องกับเนื้อ หาและประสบการณ์ของแต่ละหน่วยวิชา เพื่อช่วยให้นักเรียนเปลี่ยน พฤติกรรมการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิ ภาพบรรลุจุดประสงค์ที่ตั้งไว้

การทดลองหาประสิทธิภาพของชุดการสอน กำหนดประสิทธิภาพเป็น E1 คือ ประสิทธิภาพของ กระบวนการ E2 คือ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ ดังนั้น E1/E2 คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ/ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ ซึ่งเกณฑ์การยอมรับของ ประสิทธิภาพของชุดการสอน คือ 80/80 เมื่อผลิตชุด การสอนแล้วต้องนำไปหา ประสิทธิภาพตามขั้นตอนดังนี้

1. การทดลองแบบเดี่ยว คือ ทดลองกับผู้เรียน 3 คน โดยใช้ผู้เรียนที่มีระดับสติ ปัญญาสูง ปานกลาง ต่ำ คำนวณหาประสิทธิภาพเสร็จแล้ว นำมาปรับปรุงให้ดีขึ้น

2. การทดลองแบบกลุ่มเด็ก ใช้ผู้เรียน 6-10 คน

3. การทดลองภาคสนาม ใช้ผู้เรียนทั้งชั้น

การคำนวณใช้สูตรดังนี้

E1 = [( X / N ) / A] x 100

เมื่อ E1 คือ ประสิทธิภาพาของกระบวนการ

X คือ คะแนนรวมของคะแนนแบบฝึกหัด

A คือ คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดทุกชิ้นรวมกัน

N คือ จำนวนผู้เรียน และ

E2 = [( F / N ) / B] x 100

เมื่อ E2 คือ ประสิทธิภาพาของกระบวนการ

F คือ คะแนนรวมของผลสัพธ์หลังเรียน

B คือ คะแนนเต็มของการสอบหลังเรียน

N คือ จำนวนผู้เรียน

การหาค่าดัชนี้ประสิทธิผล (E.1) คือ ค่าตัวเลขแสดงอัตราการเรียนรู้ที่ก้าวหน้า ขึ้นจากพื้นฐานความรู้เดิมที่มีอยู่แล้วหลังจากผู้เรียนได้รับประสบการณ์การเรียนรู้จาก ชุดการสอนโดยถือเกณฑ์ .05 ขึ้นไป ซึ่งคำนวณได้จากสูตรดังนี้

E.I. = คะแนนทดสอบหลังเรียน - คะแนนทดสอบก่อนเรียน

คะแนนเต็ม - คะแนนทดสอบก่อนเรียน

วัตถุประสงค์

เพื่อสร้างชุดการสอนสำหรับครูกลุ่มการงานและพื้นฐานอาชีพ แขนงงานเลือก ที่ เน้นภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่มีประสิทธิภาพ 80/80 และมีค่าดัชนีประสิทธิผล .05 ขึ้นไป

วิธีดำเนินการวิจัย

ประชากรและกลุ่มตัวอย่างได้แสดงไว้ในแผนภูมิ ดังต่อไปนี้

คำนิยามศัพท์เฉพาะ

1. เกณฑ์ประสิทธิภาพของชุดการสอน หมายถึง ระดับประสิทธิภาพของชุดการ สอนที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ เกณฑ์ประสิทธิภาพของชุดการสอนที่กำหนดไว้ 80/80

80 ตัวแรก หมายถึง ค่าเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละของคะแนนที่นักเรียนได้จากการทำ แบบฝึกหัดและชิ้นงานย่อย

80 ตัวหลัง หมายถึง ค่าเฉลียคิดเป็นร้อยละของคะแนนที่นักเรียนได้จากการทำ แบบทดสอบหลังเรียนและผลงานรวม

2. ค่าดัชนี้ประสิทธิผลของชุดการสอน หมายถึง ค่าตัวเลขาแสดงอัตราการเรียนรู้ ที่ก้าว-หน้าขึ้นจากพื้นฐานความรู้เดิมที่มีอยู่แล้ว หลังจากที่ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ การเรียนรู้จากชุดการสอนโดยถือเกณฑ์ .05 ขึ้นไป

3.ภูมิปัญญาท้องถิ่นหมายถึง ภูมิปัญญาท้องถิ่นเรื่องการทำเส้นเหมี่โคราช และ ภูมิปัญญา-ท้องถิ่นเรื่องการสานข้อง

4. ปราชญ์ท้องถิ่น หมายถึง ผู้ที่มีความรู้ในท้องถิ่นและช่วยท่ายทอดความรู้เรื่อง การทำเส้นหมี่โคราช และการสานข้อง

5. ชุดการสอน หมายถึง ชุดการสอนเรื่องการทำเส้นหมี่โคราชและการสานข้อง ที่ เน้นภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมีปราชญ์ท้องถิ่นเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้

การพัฒนาเครื่องมือ การเก็บรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ผล

ในการสร้างชุดการสอนสำหรับครูกลุ่มการงานและพื้นฐานอาชีพที่เน้นภูมิปัญญา ท้องถิ่น เรื่องการทำเส้นหมี่โคราช และเรื่องการสานข้อง มีกระบวนการในการสร้าง ดังนี้

1. ผู้วิจัยสร้างชุดการสอนโดยอิงการผลิตชุดการสอนแผนจุฬา จำนวน 2 ชุด คือ ชุดการสอนเรื่องการทำเส้นหมี่โคราช สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และชุด การสอนเรื่องการสานข้อง สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

2. นำชุดการสอนที่ผ่านการตรวจสอบแก้ไขจากคณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยา นิพนธ์และผู้เชี่ยว ชาญไปพัฒนา เพื่อปรับปรุงให้ได้ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 และค่าดัชนีประสิทธิผลตั้งแต่ .05 ขึ้น ไป โดยมีรายละเอียดของการพัฒนาดังนี้

- ชุดการสอนเรื่องการทำเส้นหมี่โคราช ประกอบด้วยแผนการสอนรวม 4 แผน ใช้เวลา 18 คาบ ดังแสดงรายละเอียดการพัฒนาในตารางที่ 1

ตารงที่ 1 แสดงผลการพัฒนาชุดการสอนเรื่องการทำเส้นหมี่โคราช

ชุดการสอนเรื่อง  การพัฒนา  จำนวน  สถานที่ทดลอง  ประสิทธิภาพ  E.I. 
การทำเส้นหมี่โคราช  1:1 1:10 1:100  3 คน13 คน37 คน  ร.ร.บ้านใหม่ฯ ร.ร.บ้านใหม่ฯ ร.ร.บ้านท่าลี่  82.00/79.1183.53/81.9483.73/81.51  .58 .58 .60 

ชุดการสอนเรื่องการสานข้อง ประกอบด้วยแผนการสอนทั้งหมด 4 แผน ใช้เวลา 48 คาบ ดังแสดงรายละเอียดการพัฒนาในตารางที่ 2

ตารางที่ 2 แสดงผลการพัฒนาชุดการสอนเรื่องการสานข้อง

ชุดการสอนเรื่อง  การพัฒนา  จำนวน  สถานที่ทดลอง  ประสิทธิภาพ  E.I. 
การสานข้อง  1:1 1:10 1:100  3 คน11 คน30 คน  ร.ร.บ้านใหม่ฯ ร.ร.บ้านใหม่ฯ ร.ร.บ้านท่าลี่  83.88/80.0085.30/81.5786.52/83.24  .58 .61 .63 

สรุปผลการวิจัย

การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเพื่อสร้างชุดการสอนสำหรับครู กลุ่มการงานและ พื้นฐานอาชีพ ที่เน้นภูมิภัญญาท้องถิ่นเรื่อง การทำเส้นหมี่โคราช สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 และการสาน ข้องสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผู้วิจัยได้ สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ ดังต่อไปนี้

ชุดการสอนเรื่องการทำเส้นหมี่โคราช ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 83.73/81.51 และ มีค่าดัชนีประสิทธิผล .60 ส่วนชุดการสอนเรื่องการสานข้อง มีประสิทธิภาพ 86.52/83.24 และมีค่าดัชนีประสิทธิผล .63

ข้อเสนอแนะ

1. เพื่อให้การนำชุดการสอนไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากครูจะต้องศึกษา มืออย่างละเอียดแล้ว ครูผู้สอนต้องทดลองทำเส้นหมี่โคราชและสานข้องก่อนที่จะ สอน

2. ในการสร้างชุดการสอนเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูง ควรอาศัยผู้เชี่ยวชาญจาก สาขาต่าง ๆ เช่น ด้านเนื้อหาวิชา ด้านหลักสูตรและการสอน ด้านจิตวิทยาการเรียนรู้ ด้านสื่อการสอน

3. ถ้านำชุดการสอนเรื่อง การทำเส้นหมี่โคราชและการสานข้องไปสอนในท้อง ถิ่นที่มี-ปราชญ์ท้องถิ่นเกี่ยวกับเรื่อง การทำเส้นหมี่โคราชและการสานข้อง ก็ควรเชิญ มาเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียนด้วย

4. ถ้าต้องการสอนเรื่องการทำเส้นหมี่โคราชในฤดูฝน ซึ่งจะมีปัญหาในการขุดเตา ผู้วิจัยขอเสนอแนะให้ใช้ถังน้ำมันแทนเตา โดยนำมาตัดให้มีลักษณะทะลุทั้งสองข้าง และใช้กะทะใบบัวแทนหม้อดิน ส่วนฟืนถ้าหายาก อาจใช้แกลบเผาแทนก็ได้ เพราะ จะทำให้เตามีความร้อนและระอุได้อย่างทั่วถึงเหมือนกับใช้ฟืน สำหรับการตากแผ่น หมี่ สามารถตากในอาคารบ้านเรือน โดยใช้ความร้อนจาก หลอดไฟฟ้า ทำเป็นโครง ไม้สี่เหลี่ยมภายในมีตะแกรงสำหรับตามแผ่นหมี่ ด้านบนติดหลอดไฟฟ้าชนิดหลอด สว่าง

ข้อเสนอแนะในการวิจัย

1. ควรจะมีการนำไปทดลองใช้เพื่อเป็นการยืนยันประสิทธิภาพชุดการสอนทั้ง 2 ชุดกับประ ชากรในกลุ่มใหม่

2. น่าจะได้มีการศึกษา สำรวจ และรวบรวมภูมิปัญญาท้องถิ่นอื่น ๆ ที่เหมาะสม เพื่อนำมา สร้างชุดการสอน เพื่อให้สอนในแขนงงานเลือกของกลุ่มการงานและพื้น ฐานอาชีพให้แพร่หลายมากขึ้น

3. ควรมีการทำวิจัยเกี่ยวกับการสร้างชุดการสอนที่เน้นภูมิปัญญาท้องถิ่นในกลุ่ม ประสบการณ์ อื่นๆ