การประเมินโครงการอาหารกลางวัน จังหวัดมหาสารคาม ปีงบประมาณ 2538

ผู้ทำการวิจัย  นายจริยะ วิโรจน์ 
ตำแหน่ง นักวิชาการศึกษา 7
สถานที่ทำงาน สำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เขตการศึกษา 5 จ.ราชบุรี 70000 
ผู้ร่วมงาน  นายวิทยา จันทร์ศิริ 
ระยะเวลาในการวิจัย กุมภาพันธ์ - กรกฎาคม 2538
ประเภทของงานวิจัย ของหน่วยงานสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม

ความเป็นมา

โครงการอาหารกลางวันเป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากความตระหนักของรัฐบาลในอัน ที่จะแก้ไขปัญหาภาวะทุพโภชนาการในเด็ก รวมทั้งช่วยเหลือเด็กนักเรียนในระดับ ประถมศึกษาและก่อนประถมศึกษา ซึ่งพบว่ามาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย จำนวน 1.7 ล้านคน และเกือบ 700,000 คนตามลำดับ ให้ได้รับประทานอาหารที่มีคุณค่าตาม ควรแก่วัยและเพียงพอกับความต้องการของร่างกายโดยรัฐบาลได้ประกาศพระราช บัญญัติกองทุนอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา พ.ศ. 2535 และมีเป้าหมายจะ จัดตั้งกองทุนให้ครบ 6,000 ล้านบาท เพื่อนำดอกผลมาใช้สนับสนุนโครงการอาหาร กลางวัน โดยในชั้นต้นนั้นรัฐบาลจะจัดงบประมาณมาเป็นกองทุนให้ปีละ 500 ล้าน บาท จนกว่าจะครบตามจำนวนเงินที่กำหนดขณะเดียวกันก็ได้ตั้งงบประมาณจำนวน หนึ่งสนับสนุนการดำเนินงานโครงการของโรงเรียนในระหว่างที่การจัดตั้งกองทุนยัง ไม่บรรลุเป้าหมายโดยมอบให้กระทรวงศึกษาธิการรับผิดชอบดำเนินงานร่วมกับ กระทรวงต่าง ๆ ที่จัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาและระดับก่อนประถมศึกษา ในการบริหารกองทุนตามพระราชบัญญัติกองทุนอาหารกลางวันในโรงเรียน ประถมศึกษาพ.ศ. 2535 จัดให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนเป็น 3 ระดับ คือระดับ ชาติ ระดับจังหวัด และระดับโรงเรียน สำหรับจังหวัดมหาสารคามได้รับการจัดสรรงบ ประมาณอุดหนุนการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2535 ในอัตราวันละ 5บาท/คน ในสถานศึกษาสังกัดต่าง ๆ 4 สังกัด อย่างต่อเนื่องมาจน ปัจจุบันซึ่งจากวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรแต่ละปีมีแนวโน้มว่าจะได้รับการอุด หนุนเพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าตัวทุกปีแต่ยังไม่เคยมีหน่วยงานใดทำการประเมินโครงการ อาหารกลางวันในจังหวัดมหาสารคามเลย สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคามจึง ได้ทำการประเมินโครงการดังกล่าวเพื่อให้ทราบผลการดำเนินการโครงการและเพื่อให้ ได้แนวทางในการดำเนินการโครงการอาหารกลางวันในจังหวัดมหาสารคามให้มี ประสิทธิภาพต่อไป

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

เพื่อประเมินการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษาและ ก่อนประถมศึกษา โดยประเมินการดำเนินงานโครงการในโรงเรียนประถมศึกษา และ ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดด้านบริบท (Context) ด้านปัจจัยนำเข้า (Input) ด้าน กระบวนการ (Process) และด้านผลผลิต (Product) หรือสัมฤทธิผลของโครงการ

วิธีดำเนินการวิจัย

  1. ประเมินการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา เด็ก ก่อนประถมศึกษาและศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดจังหวัดมหาสารคาม
  2. ประเมินเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดำเนินงานและสัมฤทธิผลของ โครงการตามรูปแบบการประเมิน CIPP Model ดังนี้
    1. ด้านบริบท (Context) ได้แก่
      1. การจัดข้อมูลพื้นฐานทั่วไปเกี่ยวกับท้องถิ่น โรงเรียนและนักเรียน
      2. ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับท้องถิ่น
      3. การสำรวจความต้องการ จำเป็นและนำผลการดำเนินงานไปใช้ในการวางแผน
      4. การจัดอาคารสถานที่และสิ่ง แวดล้อมในโรงเรียน
    2. ด้านปัจจัยนำเข้า (Input) ได้แก่
      1. การดำเนินการให้ครูที่เกี่ยวข้องกับการ โครงการอาหารกลางวันเข้าใจโครงการ
      2. การมอบหมายงานและจัดบุคลากรให้ เหมาะสม/เพียงพอ
      3. การอำนวยความสะดวกแก่บุคลากรในการปฏิบัติงานโครงการ อาหารกลางวัน
      4. การจัดวัสดุ อุปกรณ์ การจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์และเอกสารที่เกี่ยว ข้องกับโครงการ
      5. การส่งเสริมให้ใช้ทรัพยากรท้องถิ่นในการจัดโครงการ
    3. ด้านกระบวนการ (Process) ได้แก่
      1. การวางแนวทางในการชี้แจงโครงการ อาหารกลางวันให้แก่นักเรียน ครู อาจารย์ ผู้ปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้อง
      2. การจัด กิจกรรมชี้แจงโครงการอาหารกลางวัน
      3. การประสานโครงการกับหน่วยงานภาย นอกและชุมชน
      4. การจัดทำแผน โครงการที่เป็นลายลักษณ์อักษร
      5. การดำเนินการ ให้บุคลากรในโรงเรียนรับทราบแผนงานโครงการทั่วถึง
      6. บุคลากรในโรงเรียนและ ชุมชนมีส่วนร่วมในการวางแผน
      7. การกำหนดงาน/โครงการเพื่อการติดตามประเมิน ผล
      8. การวางระบบการจัดทำและควบคุมการจัดทำเอกสารหลักฐาน
      9. การส่ง เสริมด้านวิชาการและขวัญกำลังใจแก่ครูผู้ปฏิบัติงาน
      10. การสรุปผลการดำเนินงาน รายเดือน รายงวด และสรุปประจำปี
      11. การติดตามผลนักเรียนที่ได้รับประทาน อาหารกลางวันในโครงการ
      12. การดำเนินงานด้านงบประมาณโครงการ
    4. ด้านผลผลิต (Product) ได้แก่
      1. จัดและพัฒนาโครงการได้เหมาะสมกับวัตถุ ประสงค์และเป้าหมายหลัก
      2. นักเรียนได้มีส่วนในกิจกรรมและได้รับผลประโยชน์ จากโครงการอาหารกลางวัน
      3. นักเรียนได้ประเมินการเจริญเติบโตของตนเอง
      4. บุคลากร/ครูผู้ปฏิบัติงานมีความพึงพอใจในผลสำเร็จของโครงการ

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างในการประเมินเป็นโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัด สปช. สังกัดกรมการ ปกครอง สังกัด สช. และศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดสังกัดกรมการศาสนา จำนวน 98 โรงเรียนจากทุกอำเภอ/กิ่งอำเภอในจังหวัดมหาสารคาม

วิธีการรวบรวมข้อมูล

การจัดเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยเครื่องมือที่คณะผู้วิจัยสร้างขึ้นเองโดยศึกษารูปแบบ เครื่องมือประเมินจากงานประเมินต่าง ๆ และใช้วิธีสัมภาษณ์ผู้บริหารโรงเรียน ครู/อาจารย์ที่รับผิดชอบโครงการ นักเรียน ผู้ปกครอง ตลอดจนการตรวจสอบหลักฐานหรือร่องรอยการปฏิบัติงานต่าง ๆ

การวิเคราะห์ข้อมูล

วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐานคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าความเบี่ยงเบน มาตรฐาน (standard deviation)

สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ
สรุปผลการวิจัย

  1. โดยรวมทุกด้านภายใต้กระบวนการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน จังหวัด มหาสารคาม 4 ด้านที่ทำการประเมิน คือ ด้านบริบท (Context) ด้านปัจจัยนำเข้า (Input) ด้านกระบวนการ(Process) และด้านผลผลิต (Product) พบว่า โดยรวมสามารถดำเนิน การได้ในระดับดีและเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าสามารถดำเนินงานได้ในระดับดี ทุกด้าน คือ ด้านผลผลิต ด้านปัจจัยนำเข้าด้านกระบวนการและด้านบริบท ตามลำดับ
  2. เมื่อพิจารณาในรายด้านและรายประเด็น ปรากฎดังนี้
    1. ด้านบริบท (Context) จากประเด็นการประเมิน 4 ประเด็น การดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันด้าน บริบท (Context) โดยรวมอยู่ในระดับดี และเมื่อพิจารณาเป็นรายประเด็นพบว่าอยู่ใน ระดับดี 3 ประเด็น คือ การจัดอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน การจัดทำ ข้อมูลพื้นฐานทั่วไปเกี่ยวกับท้องถิ่น โรงเรียนและนักเรียน การสำรวจความต้องการจำ เป็นและนำผลการดำเนินงานไปใช้ในการวางแผนส่วนประเด็นการจัดทำข้อมูลพื้นฐาน เกี่ยวกับท้องถิ่นและชุมชนดำเนินงานได้ระดับปานกลาง
    2. ด้านปัจจัยนำเข้า (Input) จากประเด็นการประเมิน 5 ประเด็นในด้านปัจจัยนำ เข้า (Input) พบว่า การดำเนินงานโดยรวมอยู่ในระดับดี และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ หรือเป็นรายประเด็นพบว่า อยู่ในระดับดีทุกประเด็น ทั้งประเด็นการอำนวยความ สะดวกแก่บุคลากรในการปฏิบัติงานโครงการอาหารกลางวัน การจัดวัสดุ อุปกรณ์ การจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการการมอบหมายและจัด บุคลากรให้เหมาะสมและเพียงพอและการส่งเสริมให้ใช้ทรัพยากรท้องถิ่นในการจัด โครงการ
    3. ด้านกระบวนการ (Process) จากประเด็นการประเมิน 12 ประเด็น ในด้าน กระบวนการ (Process) พบว่าการดำเนินงานโดยรวมอยู่ในระดับดี และเมื่อพิจารณา เป็นรายข้อหรือเป็นรายประเด็นพบว่าอยู่ในระดับดีทุกประเด็นทั้งประเด็น การดำเนิน การให้บุคลากรทั้งในโรงเรียนรับทราบแผนงานโครงการทั่วถึง การวางระบบการจัด ทำและควบคุมการจัดทำเอกสารหลักฐานบุคลากรของโรงเรียนและชุมชนมีส่วนร่วม ในการวางแผนมีแผนงานโครงการเป็นลายลักษณ์อักษร รวมทั้งประเด็นการติดตามผล นักเรียนที่ได้รับประทานอาหารกลางวันในโครงการและประเด็นอื่น ๆ
    4. ด้านผลผลิต (Product) จากประเด็นการประเมิน 4 ประเด็นในด้านผลผลิต (Product) พบว่าการดำเนินงาน โดยรวมอยู่ในระดับดีและเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อหรือเป็นรายประเด็นพบว่าอยู่ใน ระดับดีมาก 2 ประเด็นคือนักเรียนได้ประเมินความเจริญเติบโตของตนเองและนักเรียน มีส่วนร่วมในกิจกรรมและได้รับผลประโยชน์จากโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน และอยู่ในระดับดี 2 ประเด็นคือการจัดและพัฒนาโครงการได้เหมาะสมกับวัตถุ ประสงค์และเป้าหมายหลักและบุคลากรผู้ปฏิบัติงานมีความพึงพอใจในผลสำเร็จของ โครงการอาหารกลางวัน ตามลำดับ

ข้อเสนอแนะ

  1. ข้อเสนอแนะเพื่อดำเนินโครงการอาหารกลางวันให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
    1. การดำเนินการโครงการเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนมาก โรงเรียนพยายามจัดทำ บริการนักเรียนตามโครงการแต่ยังประสบปัญหาด้านบุคลากรไม่เพียงพอ ต้องแบ่งเวลา มาจัดอาหารกลางวันให้นักเรียนทำให้กระทบกระเทือนชั่วโมงสอนของครูอาจารย์ใน โรงเรียนจึงควรจัดงบประมาณสำหรับเป็นค่าจ้างทำครัววันละ 3 คน เพื่อแก้ปัญหาการ กระทบกระเทือนชั่วโมงสอนของครู อาจารย์ในโรงเรียน
    2. ควรจัดสรรเงินให้ในลักษณะกองทุนถาวรครบวงจรในโรงเรียน เพื่อลดภาระ ของรัฐโดยให้โรงเรียนรับผิดชอบบริหารกองทุนเอง
    3. ควรจัดงบประมาณสำหรับจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์เครื่องครัวและเครื่องอำนวย ความสะดวกในการประกอบอาหารให้โรงเรียน
    4. ควรจัดทำคู่มือปฏิบัติงานโครงการอาหารกลางวันหรือเกณฑ์มาตรฐานชี้วัด ประสิทธิภาพโครงการเพื่อให้โรงเรียนถือปฏิบัติ
    5. ควรจัดให้มีการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียน หรือครูอาจารย์ ครูพี่เลี้ยงเด็กผู้

      รับผิดชอบโครงการหรือจัดอบรมสัมมนาหรือประชุมชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนิน โครงการอาหารกลางวัน เพื่อให้ผู้บริหาร ครู อาจารย์ ครูพี่เลี้ยงเด็ก และผู้เกี่ยวข้องมี โอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอันจะนำไปสู่การปรับปรุงโครงการให้มีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้น 1.6 ควรจัดให้มีการนิเทศ ติดตาม กำกับ ดูแลและให้การสนับสนุนช่วยเหลือแก่ โรงเรียน และศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดต่าง ๆ โดยเฉพาะโรงเรียนและศูนย์ฯที่มี ขนาดเล็กรวมทั้งโรงเรียนที่มีผลการดำเนินโครงการอาหารกลางวันในระดับน้อยและ ปานกลาง หรือสำหรับโรงเรียนและศูนย์ ฯ ที่มีผลการดำเนินงานในระดับดีอยู่แล้วเพื่อ ให้สามารถดำเนินการโครงการให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

  2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป
    1. ควรศึกษาเปรียบเทียบสัมฤทธิผลของโครงการอาหารกลางวันในแต่ละสังกัด ขนาดของโรงเรียน
    2. ควรจัดให้มีการประเมินการดำเนินโครงการอาหารกลางวันเป็นรายกรณี ประเมินเฉพาะด้าน หรือเฉพาะโรงเรียน/ศูนย์
    3. ควรศึกษาเปรียบเทียบการดำเนินการโครงการอาหารกลางวันของ โรงเรียน/ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดที่ได้รับสนับสนุนจากองค์กรเอกชน สมาคม มูลนิธิต่าง ๆ กับโรงเรียนที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานเอกชนอื่น
    4. ควรทำการศึกษาเพื่อหารูปแบบที่เหมาะสมของการจัดโครงการอาหารกลางวัน ในโรงเรียน/ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด